การใช้กระทะไฟฟ้าจะให้ความสะดวกต่อครัวแบบคอนโดมิเนียม, ครัวบ้านขนาดเล็ก และครอบครัวที่มีสมาชิกไม่มาก ทำอาหารได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการอุ่น, การต้ม, การตุ๋น และในบางรุ่นสามารถทอดได้ภายในหม้อเดียวอีกด้วย นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานชาบูเป็นอย่างมาก เพราะจะให้ภูมิของการอุ่นอาหารที่ดี มาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยรุ่นใหม่และมีดีไซน์สวย ซึ่งถ้าคุณสนใจซื้อกระทะไฟฟ้าเพื่อนำไปใช้งานภายในครัวเรือน ขอแนะนำ 5 รุ่นใช้งานดีในราคาสบายกระเป๋า ดังนี้
1. Otto กระทะไฟฟ้า รุ่น SP314G
- กระทะ 2 ชั้น สีแดง ฝาแก้ว
- ความจุขนาด 3 ลิตร
- ขนาดของกระทะโดยรวม 25.5 x 35 x 25.5 เซนติเมตร
- น้ำหนัก 2.05 กิโลกรัม
- งานรับประกัน 1 ปี
2. HANABISHI กระทะไฟฟ้า รุ่น HGP-39
- กระทะสีแดง ฝาแก้ว
- ความจุขนาด 3 ลิตร
- ขนาดของกระทะโดยรวม19 x 39 x 33 เซนติเมตร
- น้ำหนัก 2.05 กิโลกรัม
- งานรับประกัน 1 ปี
3. Imarflex กระทะไฟฟ้า รุ่น IP-134
- กระทะสีแดง ฝาแก้ว
- ความจุขนาด 3 ลิตร
- ขนาดของกระทะโดยรวม 41.0 x 20.0 x 31.5 เซนติเมตร
- น้ำหนัก 0.9 กิโลกรัม
- งานรับประกัน 1 ปี
4. SKG กระทะไฟฟ้า รุ่น SK-199
- กระทะ 2 ชั้น สีแดง ฝาแก้ว
- ความจุขนาด 3.5 ลิตร
- ขนาดของกระทะโดยรวม 31.5 x 19 x 31 เซนติเมตร
- น้ำหนัก 2.05 กิโลกรัม
- งานรับประกัน 1 ปี
5. KIMOCHI กระทะไฟฟ้า รุ่น SSD-18/26
- กระทะ 2 ชั้น สีครีม ฝาแก้ว
- ความจุขนาด 3.2 ลิตร
- ขนาดของกระทะโดยรวม 28 x 27.5 x 16 เซนติเมตร
- น้ำหนัก 1.34 กิโลกรัม
- งานรับประกัน 3 ปี
วิธีเลือกซื้อกระทะไฟฟ้าให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025
เคยมั้ยที่ซื้อกระทะไฟฟ้ามาแล้วใช้ได้แค่สองสามครั้ง แล้วก็เอาไปวางทิ้งมุมครัว? หรือไม่ก็ซื้อมาแล้วพบว่าขนาดไม่เหมาะ ทำอาหารไม่ได้หลายอย่างอย่างที่คิด สุดท้ายก็กลายเป็นเงินไปทิ้งฟรีๆ แบบนี้เจ็บกระเป๋าไม่น้อยเลยจริงมั้ย
จริงๆ แล้วกระทะไฟฟ้าเป็นเครื่องใช้ที่ช่วยทำให้ชีวิตในครัวง่ายขึ้นได้เยอะ ไม่ว่าจะอยู่คอนโดเล็กๆ ที่ห้องครัวจำกัด หรือบ้านใหญ่ที่อยากมีเครื่องช่วยเหลือเวลาทำกับข้าวเร่งรีบ แต่หลายคนซื้อมาแล้วผิดหวัง เพราะเลือกไม่ตรงกับการใช้งานจริง บางคนเห็นราคาถูกก็จัดไปเลย โดยไม่ได้คิดว่าจะเอามาทำอะไร ใช้บ่อยแค่ไหน หรือมีพื้นที่เก็บพอมั้ย
ปัญหาใหญ่ที่สุดของการเลือกซื้อกระทะไฟฟ้าก็คือ เราไม่รู้จักตัวเองพอ บางคนคิดว่าจะทำอาหารทุกวัน แต่ความจริงก็แค่อุ่นข้าวกล่องเป็นส่วนใหญ่ บางคนเห็นรีวิวบอกว่าดี ก็ซื้อตาม แต่ไม่ได้คิดว่าสไตล์การใช้งานเราเหมือนคนรีวิวมั้ย สุดท้ายก็ได้สินค้ามาไม่ตรงใจ
วันนี้เราจะมาช่วยให้คุณเลือกซื้อกระทะไฟฟ้าแบบจับมือทำ ไม่ต้องพึ่งดวง ไม่ต้องเสี่ยงซื้อผิด แค่ดูที่ไลฟ์สไตล์ของคุณเอง ก็หาตัวที่ใช่ได้แล้ว เพราะกระทะไฟฟ้าที่ดีที่สุดไม่ใช่ตัวที่แพงที่สุดหรือฟีเจอร์เยอะที่สุด แต่เป็นตัวที่ตอบโจทย์คุณมากที่สุดต่างหาก
รู้จักประเภทกระทะไฟฟ้าก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ
ก่อนจะไปดูรุ่นไหนดีรุ่นไหนเด่น เรามารู้จักกระทะไฟฟ้าแต่ละประเภทกันก่อนดีกว่า เพราะแต่ละแบบใช้งานต่างกันเยอะเลย ถ้าเลือกผิดประเภทตั้งแต่แรก แม้จะเป็นยี่ห้อดีแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์
กระทะไฟฟ้าแบบธรรมดา
นี่คือแบบพื้นฐานที่หลายคนคุ้นเคย มีแค่สวิตช์เปิด-ปิด บางรุ่นมีปุ่มปรับความร้อนแค่ 2-3 ระดับ ราคาไม่แพง ใช้ง่าย เหมาะกับคนที่ใช้เบาๆ แค่อุ่นอาหาร ต้มน้ำร้อน หรือทำไข่ดาวเร็วๆ ไปทำงาน
ข้อดีคือ ราคาถูก น้ำหนักเบา พกพาง่าย เหมาะกับคนอยู่หอพัก นักศึกษา หรือคนที่ไม่ได้ทำอาหารบ่อยมาก แต่ข้อเสียก็คือ ควบคุมอุณหภูมิไม่ได้แม่นยำ ถ้าใช้ทำอาหารที่ต้องปรับไฟบ่อยก็จะลำบากหน่อย
กระทะไฟฟ้าปรับอุณหภูมิได้
รุ่นนี้มีหน้าปัดหรือจอดิจิตอลให้ปรับอุณหภูมิได้ละเอียด บางรุ่นปรับได้ทีละ 10 องศา หรือมีโหมดต่างๆ ให้เลือก เช่น โหมดปิ้ง โหมดต้ม โหมดย่าง ใช้งานได้หลากหลายกว่า ทำอาหารได้หลายเมนู
เหมาะกับคนที่ชอบทดลองทำอาหาร หรือทำเมนูที่ต้องใช้ความร้อนต่างกัน เช่น ทำแพนเค้กต้องใช้ไฟอ่อน ทำสเต็กต้องใช้ไฟแรง ราคาจะสูงกว่าแบบธรรมดา แต่ก็คุ้มค่าถ้าเอามาใช้จริงจัง
กระทะไฟฟ้าหม้อสุกี้
แบบนี้จะมีความลึกมากกว่ากระทะธรรมดา เหมาะกับการทำอาหารน้ำ เช่น ต้มยำ ต้มจืด หรือชาบู บางรุ่นมีฝาปิดด้วย จะทำให้ต้มอาหารเดือดเร็วขึ้น ประหยัดไฟกว่า
ถ้าคุณเป็นคนชอบกินของร้อนๆ แบบหม้อไฟ หรือชอบนั่งรวมญาติกินข้าวพร้อมกัน หม้อสุกี้ตัวนี้จะใช่มาก เพราะวางโต๊ะก็สวย ใครๆ ก็ตักทานได้สะดวก
กระทะไฟฟ้าแบบย่าง
มีร่องระบายน้ำมัน พื้นผิวแบบลายเส้น เหมาะกับการย่างเนื้อ หมูสามชั้น ไส้กรอก หรือผัก ใครที่ชอบทาน BBQ แต่ไม่มีเตาย่างหรืออยู่คอนโดที่จุดถ่านไม่ได้ เลือกแบบนี้ได้เลย
ข้อดีคือ ทำอาหารได้สุขภาพดีกว่า เพราะน้ำมันไหลลงร่อง ไม่ต้องใช้น้ำมันเยอะ ทำความสะอาดง่าย แต่ข้อเสียคือ ใช้ได้เฉพาะเมนูย่างเป็นหลัก ถ้าอยากทำอาหารหลากหลายอาจจะไม่ค่อยคุ้ม
วิธีเลือกกระทะไฟฟ้าให้ตรงใจ ไม่เสียเงินเปล่า
ดูจากความต้องการใช้งานจริงของคุณ
ถามตัวเองก่อนว่า คุณจะเอากระทะไฟฟ้ามาทำอะไรบ้าง? ถ้าแค่อุ่นอาหาร ต้มน้ำร้อน ทำไข่เจียว ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อแบบที่ฟีเจอร์เยอะมาก เลือกแบบธรรมดาราคาไม่แพงก็พอ แต่ถ้าอยากทำอาหารหลายเมนู ชอบทดลองสูตรใหม่ๆ ก็ควรเลือกแบบปรับอุณหภูมิได้
บางคนซื้อมาเพราะคิดว่าจะได้ทำอาหารกินเอง ประหยัดเงิน แต่ความจริงแล้วก็สั่งอาหารเหมือนเดิม ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่ควรจ่ายเงินไปกับเครื่องที่แพงมาก เลือกแบบประหยัดก่อน ถ้าใช้แล้วชอบจริงๆ ค่อยอัปเกรดทีหลังก็ได้
ดูขนาดและพื้นที่ที่จะใช้งาน
อันนี้สำคัญมาก แต่หลายคนมักลืม คุณมีพื้นที่วางกระทะไฟฟ้าพอมั้ย? ถ้าอยู่คอนโดเล็กๆ ครัวจิ๋ว ก็อย่าไปซื้อตัวใหญ่โตมาเก็บไม่ได้ สุดท้ายกลายเป็นภาระแทนที่จะช่วยอำนวยความสะดวก
ลองวัดพื้นที่ครัวของคุณก่อนว่า จะวางตรงไหน ใช้งานสะดวกมั้ย ปลั๊กไฟถึงมั้ย เก็บเข้าตู้ได้มั้ย บางคนซื้อมาแล้วต้องเอาไปเก็บในห้องนอนเพราะครัวไม่มีที่ แบบนี้ก็ลำบากตอนจะมาใช้งาน
ถ้าคุณทำอาหารแค่คนเดียวหรือสองคน เลือกขนาดเล็กหรือกลางก็พอ ประมาณ 28-32 เซนติเมตร แต่ถ้าครอบครัวใหญ่หรือชอบเลี้ยงเพื่อนมากินข้าว ก็ควรเลือกขนาดใหญ่หน่อย ประมาณ 35-40 เซนติเมตร จะทำอาหารได้ครั้งละมากๆ
ดูกำลังไฟและความร้อน
กระทะไฟฟ้าส่วนใหญ่มีกำลังไฟอยู่ที่ 1,000-1,500 วัตต์ ยิ่งกำลังไฟสูง ความร้อนก็จะเร็วขึ้น ทำอาหารได้ไวกว่า ประหยัดเวลา แต่ก็กินไฟมากกว่าด้วย
ถ้าคุณใช้บ่อยมาก ควรเลือกรุ่นที่กำลังไฟพอประมาณ ประมาณ 1,200-1,300 วัตต์ จะได้สมดุลระหว่างความร้อนกับค่าไฟ แต่ถ้าใช้แค่อุ่นอาหารนานๆ ครั้ง ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้มาก
เลือกวัสดุผิวกระทะที่เหมาะกับการใช้งาน
กระทะไฟฟ้ามีหลายประเภทตามวัสดุผิว เช่น เคลือบเทฟลอน เคลือบเซรามิก หรือสแตนเลส แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียไม่เหมือนกัน
เคลือบเทฟลอน เป็นที่นิยมที่สุด เพราะไม่ติดกระทะ ทำความสะอาดง่าย ใช้น้ำมันน้อยก็ทำอาหารได้ แต่ต้องระวังไม่ให้รอยขีดข่วน หลีกเลี่ยงการใช้ตะหลิวโลหะ ควรใช้ไม้หรือซิลิโคน แล้วก็อย่าเปิดไฟแรงจนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวเคลือบหลุดได้
เคลือบเซรามิก จะทนความร้อนได้ดีกว่า ปลอดภัยกว่าเทฟลอน ทำความสะอาดง่าย แต่ราคาแพงกว่าหน่อย และถ้าใช้ไปนานๆ ผิวเคลือบก็อาจจะลดความไม่ติดลง
สแตนเลส ทนทานที่สุด ไม่มีสารเคลือบ ใช้ได้นาน แต่ข้อเสียคือ อาหารจะติดกระทะง่าย ต้องใช้น้ำมันเยอะหน่อย และขัดล้างลำบากกว่า เหมาะกับคนที่มีประสบการณ์ทำครัวอยู่แล้ว
ดูฟีเจอร์เสริมที่คุ้มค่า
กระทะไฟฟ้าสมัยนี้มีฟีเจอร์เสริมให้เลือกเยอะแยะ แต่อย่าหลงไปกับฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็น ดูให้ดีว่าคุณจะใช้จริงมั้ย
- ฝาครอบแก้ว ช่วยให้เห็นอาหารข้างในโดยไม่ต้องเปิดฝา อาหารเดือดเร็วขึ้น ประหยัดไฟ ถ้าชอบต้มอาหาร ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์
- ระบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ ช่วยรักษาระดับความร้อนให้คงที่ ไม่ต้องคอยปรับตลอดเวลา เหมาะกับคนที่ทำอาหารที่ต้องควบคุมอุณหภูมิแม่นยำ
- ระบบตัดไฟอัตโนมัติ เมื่อร้อนเกินไปหรือกระทะแห้ง จะช่วยป้องกันอุบัติเหตุ เพิ่มความปลอดภัย ฟีเจอร์นี้ควรมี
- แผ่นรองกันร้อน ป้องกันพื้นโต๊ะไหม้ เวลาวางกระทะร้อนๆ ลงมา มีก็ดีไม่มีก็ไม่เป็นไร
อ่านรีวิวจากคนใช้จริง แต่อย่าเชื่อทั้งหมด
รีวิวเป็นประโยชน์ แต่อย่าเชื่อมั่นทุกอย่างที่อ่าน เพราะสไตล์การใช้งานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนบอกว่าดี เพราะเขาใช้แค่อุ่นข้าว แต่คุณอาจจะอยากใช้ทำอาหารหนักกว่านั้น
มองหารีวิวที่บอกรายละเอียดการใช้งานจริงๆ ว่า ใช้ทำอะไร บ่อยแค่ไหน ใช้มานานกี่เดือนแล้ว มีปัญหาอะไรมั้ย อย่าดูแค่คะแนนดาว อ่านความคิดเห็นละเอียดๆ จะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากกว่า
ข้อควรระวังตอนใช้งานกระทะไฟฟ้า
อย่าเปิดไฟแรงตลอดเวลา
หลายคนคิดว่าเปิดไฟแรงจะทำให้อาหารสุกเร็ว แต่ความจริงแล้วมันทำให้อาหารไหม้ง่าย และทำลายผิวเคลือบกระทะได้ ควรปรับใช้ไฟปานกลางก่อน พอร้อนแล้วค่อยปรับตามเมนูที่ทำ
ทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้
อย่าปล่อยให้คราบอาหารแห้งติดกระทะ เพราะจะทำความสะอาดยากมากขึ้น และอาจทำให้ผิวเคลือบเสียหายได้ หลังใช้งานทุกครั้ง รอให้กระทะเย็นลงก่อน แล้วค่อยล้างด้วยน้ำอุ่นและฟองน้ำนุ่ม ห้ามใช้แปรงขัดหยาบเด็ดขาด
เก็บให้แห้งสนิท
ก่อนเก็บกระทะไฟฟ้า ต้องเช็ดให้แห้งดีก่อน ไม่งั้นจะเกิดสนิม โดยเฉพาะส่วนที่เป็นโลหะ หรือเกิดกลิ่นอับชื้นได้ ถ้าไม่มีที่เก็บกระทะโดยเฉพาะ ควรหาถุงผ้าหรือกล่องมาใส่ไว้ จะได้ไม่เปื้อนฝุ่น
คำถามที่หลายคนสงสัย
กระทะไฟฟ้ากับกะทะธรรมดา ต่างกันยังไง
กระทะไฟฟ้าใช้ไฟฟ้าเป็นแหล่งความร้อน ไม่ต้องง้อเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้า สะดวกกว่า โดยเฉพาะคนที่อยู่หอพักหรือคอนโดที่ห้องครัวจำกัด แต่กะทะธรรมดาใช้ไฟแก๊ส ความร้อนแรงกว่า ปรับไฟได้รวดเร็วกว่า เหมาะกับการทำอาหารไทยที่ต้องใช้ไฟแรง
กระทะไฟฟ้ากินไฟเยอะมั้ย
ถ้าใช้แค่อุ่นอาหารหรือทำอาหารเร็วๆ ก็ไม่กินไฟมาก แต่ถ้าเปิดทิ้งไว้นานๆ หรือเปิดไฟแรงตลอดเวลา ค่าไฟก็จะสูงขึ้น โดยเฉลี่ยแล้ว กระทะไฟฟ้าประมาณ 1,200 วัตต์ ถ้าใช้วันละ 30 นาที ค่าไฟเดือนหนึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 50-80 บาท ขึ้นอยู่กับอัตราค่าไฟของแต่ละพื้นที่
ทำอาหารอะไรได้บ้าง
ทำได้เยอะมาก ตั้งแต่อุ่นอาหาร ต้มน้ำ ต้มบะหมี่ ทำไข่ดาว ไข่เจียว ผัดผัก ทอดปลา ย่างเนื้อ ต้มยำ ชาบู แล้วแต่ประเภทของกระทะที่คุณเลือก ถ้าเป็นแบบปรับอุณหภูมิได้ก็จะทำอาหารได้หลากหลายกว่า
ใช้แล้วมีกลิ่นพลาสติกไหม้
ถ้าเป็นเครื่องใหม่ ครั้งแรกที่ใช้อาจจะมีกลิ่นเล็กน้อย เพราะมีน้ำมันหล่อลื่นหรือสารเคลือบป้องกันสนิมจากโรงงาน ให้เปิดเครื่องแบบไม่มีอาหารประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างให้สะอาดก่อนใช้จริง กลิ่นก็จะหายไป แต่ถ้าใช้ไปนานแล้วยังมีกลิ่น อาจเป็นสัญญาณว่าส่วนประกอบภายในมีปัญหา ควรหยุดใช้
มาถึงตรงนี้แล้ว คุณน่าจะพอจะเห็นภาพชัดขึ้นแล้ว
การเลือกซื้อกระทะไฟฟ้าไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่รู้ว่าคุณต้องการใช้งานแบบไหน มีพื้นที่เท่าไร งบประมาณเท่าไหร่ แล้วค่อยเลือกตามนั้น อย่าไปหลงฟีเจอร์ที่ดูดี แต่จริงๆ แล้วไม่ได้ใช้เลย
จริงๆ แล้วกระทะไฟฟ้าที่ดีที่สุดสำหรับคุณไม่ใช่ตัวที่แพงที่สุด แต่เป็นตัวที่คุณเอามาใช้จริงบ่อยที่สุดต่างหาก ไม่ว่าจะราคาถูกหรือแพง ถ้าเอาไปวางทิ้งก็เท่ากับเสียเงินไปฟรีๆ
ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกแบบไหน ลองเริ่มจากคำถามง่ายๆ เหล่านี้:
- คุณจะใช้ทำอาหารบ่อยแค่ไหน? ทุกวันหรือแค่เป็นครั้งคราว
- ทำอาหารกี่คน? คนเดียว สองคน หรือครอบครัวใหญ่
- ชอบทำอาหารประเภทไหน? ย่าง ต้ม ทอด หรือผัด
- มีพื้นที่วางและเก็บกระทะไฟฟ้าพอมั้ย
- งบประมาณเท่าไหร่
ตอบคำถามพวกนี้ให้ได้ก่อน แล้วค่อยไปดูรุ่นต่างๆ ที่ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการ อ่านรีวิวจากคนที่ใช้งานจริง ดูรายละเอียดสเปกให้ครบถ้วน แล้วค่อยตัดสินใจ
อีกอย่างหนึ่ง อย่าเพิ่งรีบซื้อ ลองเปรียบเทียบหลายๆ รุ่น ดูโปรโมชั่นในช่วงลดแลกแจกแถม บางทีก็ได้ของดีในราคาที่คุ้มกว่ามาก หรือถ้าเพื่อนมีใช้อยู่แล้ว ลองขอยืมมาใช้ดูสักครั้ง จะได้รู้ว่าตัวเองชอบแบบไหน แล้วค่อยซื้อจะดีกว่า
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน ขอให้มันช่วยให้ชีวิตในครัวของคุณง่ายขึ้น สนุกขึ้น และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปนะ เพราะการเลือกซื้อเครื่องใช้ที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่เป็นเรื่องของการเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด






