Home ช็อปปิ้งรีวิวแนะนำ 5 อันดับ เตาอบไฟฟ้า เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

รีวิวแนะนำ 5 อันดับ เตาอบไฟฟ้า เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

by admin
A+A-
Reset

การมีเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวที่ครบครัน จะทำให้สะดวกและสามารถรังสรรค์เมนูอาหารได้หลากหลาย จะคาวหรือหวานก็ไม่เกี่ยง เตาอบไฟฟ้า จึงถือเป็นอีกอุปกรณ์ที่หลาย ๆ บ้านมักนิยมมีเอาไว้ โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบการทำเบเกอรี หรือบรรดาอาหารฝรั่ง เพราะนอกจากจะทำให้ได้รสชาติอาหารอร่อย สีสันน่าทานแล้ว ยังสามารถเสริมรายได้ในอนาคตด้วย แต่การเลือกซื้อว่าจะซื้อรุ่นนี้ ยี่ห้อไหนเป็นสิ่งสำคัญ จึงขอรีวิว 5 เตาอบไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ที่ตอบโจทย์สุด ๆ

ประเภทของเตาอบไฟฟ้า

หากแบ่งประเภทของเตาอบไฟฟ้าออกมาจะได้ทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ เตาอบระบบใช้แก๊ส, เตาอบระบบไฟฟ้า, เตาอบระบบแก๊สควบคุมด้วยไฟฟ้า และ เตาอบน้ำมันควบคุมด้วยไฟฟ้า ทว่าในปัจจุบันจะนิยมใช้อยู่ 2 ประเภท คือ

1. เตาอบระบบใช้แก๊ส
ถือเป็นเตาอบรุ่นดั้งเดิมที่พัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ จนสามารถใช้งานได้อย่างดี มีแก๊สเป็นแหล่งพลังงานหลักด้วยโครงสร้างของเตาจะใช้เหล็กทั้งหมดจึงสามารถนำความร้อนและนำไฟได้อย่างดี อีกทั้งมีราคาถูก แต่ข้อด้อยคือ การใช้งานยุ่งยาก ต้องอาศัยการปรับแรงดันให้เหมาะสม ส่งผลให้เวลาใช้งานแต่ละครั้งกำลังไฟที่ได้มีโอกาสไม่เท่ากัน จึงต้องอาศัยคนที่คุ้นชินหรือทำมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันจึงไม่ค่อยมีเห็นมากเท่าไหร่นัก

2. เตาอบระบบไฟฟ้า
เป็นประเภทของเตาอบไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมสูงมาก แหล่งพลังงานหลักมาจากฮีตเตอร์ที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาช่วยให้อาหารสุกได้อย่างที่ต้องการ ปรับอุณหภูมิได้คงที่ สามารถทำเมนูได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นของคาวหรือของหวาน เลือกขนาดได้ตั้งแต่ขนาดเล็ก ๆ ภายในครัวเรือนไปจนถึงขนาดใหญ่สำหรับทำธุรกิจ มีระดับความร้อนเสถียรช่วยให้อาหารสุกเสมอกัน แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการติดตั้งระบบไฟฟ้าและเบรกเกอร์ด้วยช่างที่ชำนาญ และยังต้องดูกำลังไฟของอาคารที่ใช้ว่าเหมาะกับขนาดใดบ้าง

วิธีเลือกซื้อเตาอบไฟฟ้าให้เหมาะกับการใช้งาน

1. รู้วัตถุประสงค์ว่าต้องการใช้งานในด้านไหนเป็นหลัก เช่น การทำทานเฉพาะในครอบครัว, ทำเพื่อขายในอนาคต, ใช้สำหรับการทำธุรกิจ ขนาดและกำลังไฟจึงเป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณา
2. มีระบบป้องกันไฟฟ้ารั่วเพื่อความปลอดภัย เช่น การติดตั้งเบรกเกอร์ การมีสายดิน
3. มีฟังก์ชั่นในการใช้งานเหมาะสม ที่สำคัญคือระบบต่าง ๆ ต้องง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อนจนเกินไป ยิ่งถ้ามีฟังก์ชั่นพิเศษอื่น ๆ ด้วยก็ถือว่าตอบโจทย์ได
4. อย่าลืมดูเรื่องงบประมาณของตนเองกับสิ่งที่จะได้รับว่าคุ้มค่าการใช้งานหรือไม่

1. Smarthome เตาอบไฟฟ้า รุ่น SM-OV1400

Smarthome เตาอบไฟฟ้า รุ่น SM-OV1400 ยี่ห้อไหนดี

เริ่มต้นด้วยเตาอบไฟฟ้าที่นำมาใช้งานได้หลากหลายทั้งปิ้ง ย่าง อบ ประตูทำจากกระจกทนความร้อนสูง ตั้งเวลาในการอบได้สูงสุด 60 นาที ปรับอุณหภูมิได้สูงสุด 250 องศาเซลเซียส ทั้งด้านบนและล่าง มีระบบตัดไฟอัตโนมัติและเสียงเตือนเมื่อทำงานครบตามเวลาที่กำหนด แผงทำความร้อนเป็นระบบควอทซ์ ช่วยให้ระดับความร้อนคงที่ สายไฟยาว 1 เมตร เหมาะกับการใช้งานในครอบครัวสุด ๆ

  • ความจุ 21 ลิตร
  • กำลังไฟ 1380 วัตต์

 

2. HOUSE WORTH เตาอบไฟฟ้า 70 ลิตร รุ่น HW-EO02

HOUSE WORTH เตาอบไฟฟ้า รุ่น HW-EO02 ยี่ห้อไหนดี

เริ่มต้นด้วยเตาอบไฟฟ้าที่นำมาใช้งานได้หลากหลายทั้งปิ้ง ย่าง อบ ประตูทำจากกระจกทนความร้อนสูง ตั้งเวลาในการอบได้สูงสุด 60 นาที ปรับอุณหภูมิได้สูงสุด 250 องศาเซลเซียส ทั้งด้านบนและล่าง มีระบบตัดไฟอัตโนมัติและเสียงเตือนเมื่อทำงานครบตามเวลาที่กำหนด แผงทำความร้อนเป็นระบบควอทซ์ ช่วยให้ระดับความร้อนคงที่ สายไฟยาว 1 เมตร เหมาะกับการใช้งานในครอบครัวสุด ๆ

  • ความจุ 21 ลิตร
  • กำลังไฟ 1380 วัตต์

 

3. Electrolux เตาอบตั้งโต๊ะ รุ่น EOT4805K

Electrolux เตาอบตั้งโต๊ะ รุ่น EOT4805K ยี่ห้อไหนดี

เริ่มต้นด้วยเตาอบไฟฟ้าที่นำมาใช้งานได้หลากหลายทั้งปิ้ง ย่าง อบ ประตูทำจากกระจกทนความร้อนสูง ตั้งเวลาในการอบได้สูงสุด 60 นาที ปรับอุณหภูมิได้สูงสุด 250 องศาเซลเซียส ทั้งด้านบนและล่าง มีระบบตัดไฟอัตโนมัติและเสียงเตือนเมื่อทำงานครบตามเวลาที่กำหนด แผงทำความร้อนเป็นระบบควอทซ์ ช่วยให้ระดับความร้อนคงที่ สายไฟยาว 1 เมตร เหมาะกับการใช้งานในครอบครัวสุด ๆ

  • ความจุ 21 ลิตร
  • กำลังไฟ 1380 วัตต์

 

4. KIMOCHI เตาอบไฟฟ้า รุ่น TS-0982EQ

KIMOCHI เตาอบไฟฟ้ รุ่น TS-0982EQ ยี่ห้อไหนดี

เริ่มต้นด้วยเตาอบไฟฟ้าที่นำมาใช้งานได้หลากหลายทั้งปิ้ง ย่าง อบ ประตูทำจากกระจกทนความร้อนสูง ตั้งเวลาในการอบได้สูงสุด 60 นาที ปรับอุณหภูมิได้สูงสุด 250 องศาเซลเซียส ทั้งด้านบนและล่าง มีระบบตัดไฟอัตโนมัติและเสียงเตือนเมื่อทำงานครบตามเวลาที่กำหนด แผงทำความร้อนเป็นระบบควอทซ์ ช่วยให้ระดับความร้อนคงที่ สายไฟยาว 1 เมตร เหมาะกับการใช้งานในครอบครัวสุด ๆ

  • ความจุ 21 ลิตร
  • กำลังไฟ 1380 วัตต์

 

5. OTTO THAILAND เตาอบไฟฟ้า รุ่น TO-772

OTTO เตาอบไฟฟ้า รุ่น TO-772 ยี่ห้อไหนดี

เริ่มต้นด้วยเตาอบไฟฟ้าที่นำมาใช้งานได้หลากหลายทั้งปิ้ง ย่าง อบ ประตูทำจากกระจกทนความร้อนสูง ตั้งเวลาในการอบได้สูงสุด 60 นาที ปรับอุณหภูมิได้สูงสุด 250 องศาเซลเซียส ทั้งด้านบนและล่าง มีระบบตัดไฟอัตโนมัติและเสียงเตือนเมื่อทำงานครบตามเวลาที่กำหนด แผงทำความร้อนเป็นระบบควอทซ์ ช่วยให้ระดับความร้อนคงที่ สายไฟยาว 1 เมตร เหมาะกับการใช้งานในครอบครัวสุด ๆ

  • ความจุ 21 ลิตร
  • กำลังไฟ 1380 วัตต์

 

หากคุณกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะเลือกซื้อ เตาอบไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ทั้ง 5 ยี่ห้อที่รีวิวมานี้ถือว่าตอบโจทย์ในการทำอาหารได้อย่างดีเยี่ยม คุ้มค่ากับราคา ที่สำคัญสามารถรังสรรค์เมนูอร่อยได้อย่างที่ใจต้องการอีกด้วย รีบซื้อกันได้เลย

วิธีเลือกซื้อเตาอบไฟฟ้าให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025

เคยมั้ยครับที่ตื่นเช้ามากะว่าจะอบขนมปัง หรืออยากทำพิซซ่าสักถาด แต่พอเปิดเตาอบขึ้นมา กลับรู้สึกว่า… เอ๊ะ ทำไมมันไม่ตรงกับที่คิดไว้เลย บางทีร้อนไม่ทั่ว บางทีเล็กไป ใส่ถาดไม่ได้กี่อัน หรือบางคนซื้อตัวใหญ่มาเกินไป จนกินไฟเยอะ แต่ใช้แค่เดือนละครั้ง

ปัญหาพวกนี้เกิดขึ้นได้ง่ายมาก ถ้าเราเลือกซื้อเตาอบไฟฟ้าโดยไม่รู้ว่าตัวเองจะใช้งานแบบไหนบ้าง วันนี้เราเลยอยากชวนคุณมาดูวิธีเลือกซื้อเตาอบไฟฟ้าให้คุ้มค่า แบบจับมือทำทีละขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นคนอยู่คอนโด ครอบครัวใหญ่ หรือคนที่เพิ่งหัดทำขนม ก็หาตัวที่ใช่ได้แน่นอน

เพราะการเลือกเตาอบไฟฟ้าที่ดีนั้น ไม่ใช่แค่ดูว่าแบรนด์ไหนดัง หรือราคาถูกที่สุด แต่ต้องดูว่ามันตอบโจทย์ชีวิตเราจริงๆ หรือเปล่า ถ้าใช้ถูกแบบ ใช้บ่อย คุ้มค่าเกินราคาแน่นอน

1. รู้จักประเภทเตาอบไฟฟ้าก่อน แล้วเลือกให้ตรงใจ

ก่อนจะตัดสินใจซื้อเตาอบไฟฟ้า เรามาดูกันก่อนว่ามันมีกี่แบบ แต่ละแบบต่างกันยังไง แล้วแบบไหนเหมาะกับเราที่สุด

เตาอบไฟฟ้าแบบตั้งโต๊ะ (Countertop Oven)

ตัวนี้เป็นที่นิยมสุดๆ สำหรับคนที่พื้นที่ในครัวไม่เยอะ หรืออยู่คอนโด เพราะขนาดกะทัดรัด วางบนเคาน์เตอร์ครัวได้เลย ไม่ต้องติดตั้ง ราคาก็ไม่แพงจนเกินไป ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งอบขนมปัง ทำพิซซ่า อบไก่ หรือแม้กระทั่งทำคุกกี้

ข้อดีคือ ประหยัดพื้นที่ เสียบปลั๊กใช้ได้เลย ย้ายง่าย แต่ข้อเสียก็คือ ถ้าเป็นตัวเล็ก ความจุอาจจำกัด ถ้าอบของชิ้นใหญ่หรือปริมาณเยอะ ก็ต้องอบหลายรอบ

เตาอบไฟฟ้าแบบฝังตู้ (Built-in Oven)

สำหรับคนที่ออกแบบครัวใหม่ หรือปรับปรุงครัวใหญ่ ตัวนี้จะถูกฝังติดกับชั้นตู้ครัว ดูสวยงาม เรียบหรู มีความจุใหญ่ ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ เหมาะกับคนที่ทำอาหารบ่อย หรือชอบเบเกอรี่

แต่ก็ต้องลงทุนค่าติดตั้ง และราคาตัวเครื่องเองก็สูงกว่า ถ้าไม่ได้ใช้บ่อยมาก อาจจะคุ้มค่าไม่คุ้มเงินเท่าไหร่

เตาอบไฟฟ้าแบบพกพา (Portable Mini Oven)

ตัวนี้เล็กสุด เหมาะกับคนที่พื้นที่จำกัดมากๆ หรือคนที่อยู่หอพัก ห้องเช่า ใช้งานง่าย ราคาถูก แต่ความจุน้อย ใช้อบของเบาๆ แค่ 1-2 คน หรือแค่อุ่นอาหาร อบขนมปังชิ้นเดียว ก็โอเค

2. ดูขนาดความจุให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์

ความจุเตาอบไฟฟ้าวัดเป็นลิตร ยิ่งลิตรเยอะ ก็ยิ่งอบของได้เยอะ แต่ก็กินไฟมากขึ้นด้วย เพราะงั้นเราต้องรู้ว่าเราใช้งานแบบไหนบ้าง

ขนาด 10-20 ลิตร

เหมาะกับคนที่อยู่คนเดียว หรือสองคน ใช้แค่อบขนมปัง อุ่นอาหาร หรืออบของง่ายๆ ไม่บ่อย ไม่ต้องการปริมาณเยอะ

ขนาด 20-35 ลิตร

เหมาะกับครอบครัวเล็ก 3-4 คน ใช้ทำอาหารบ่อย อบไก่ทั้งตัว ทำพิซซ่า หรือเบเกอรี่ง่ายๆ ได้สบาย ขนาดนี้ถือว่าเป็น Sweet Spot สำหรับคนส่วนใหญ่

ขนาด 35 ลิตรขึ้นไป

เหมาะกับครอบครัวใหญ่ หรือคนที่ทำอาหารเป็นจำนวนมาก ทำขนมขาย หรือชอบจัด Party บ่อยๆ อบได้ทีละเยอะ แต่ก็กินไฟเยอะตามไปด้วย

เคล็ดลับคือ ให้คิดถึงเมนูที่เราทำบ่อยที่สุด แล้วดูว่าต้องใช้พื้นที่เท่าไหร่ ถ้าทำแค่ขนมปัง 2-3 แผ่น ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อตัวใหญ่ แต่ถ้าทำพิซซ่าบ่อย ก็ต้องดูว่าถาดพิซซ่าใส่ได้มั้ย

3. กำลังไฟฟ้ากับค่าไฟที่ต้องคำนึง

เตาอบไฟฟ้าส่วนใหญ่จะใช้ไฟประมาณ 1,000-2,000 วัตต์ ยิ่งวัตต์สูง ร้อนเร็ว ประหยัดเวลา แต่ก็กินไฟมากขึ้นด้วย

ถ้าคุณใช้งานบ่อย เช่น สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ควรเลือกตัวที่มีฟังก์ชันควบคุมอุณหภูมิได้ดี เพราะจะช่วยประหยัดพลังงาน ไม่ต้องเปิดไฟเต็มตลอดเวลา

อีกหนึ่งเคล็ดลับคือ เลือกเตาอบไฟฟ้าที่มีระบบ Convection หรือพัดลมช่วยกระจายความร้อน ทำให้อาหารสุกทั่ว ไม่ต้องใช้เวลานาน ก็ประหยัดไฟไปอีก

4. ฟังก์ชันที่ควรมี เพื่อใช้งานได้หลากหลาย

เตาอบไฟฟ้าสมัยนี้มีฟังก์ชันให้เลือกเยอะมาก บางตัวมีแค่ปุ่มหมุนตั้งอุณหภูมิ บางตัวมีโหมดสำเร็จรูปให้เลือกเพียบ มาดูกันว่าควรมีอะไรบ้าง

ปรับอุณหภูมิได้

ฟังก์ชันพื้นฐานที่ต้องมี ควรปรับได้ประมาณ 100-250 องศา เพราะเมนูแต่ละอย่างใช้อุณหภูมิไม่เท่ากัน เช่น อบคุกกี้ใช้ 180 องศา แต่อบไก่อาจต้อง 200 องศา

ตั้งเวลาได้

ฟังก์ชันนี้สำคัญมาก เพราะเราไม่ต้องคอยจับเวลาเอง ตั้งเวลาไว้ พอหมดเวลาเตาจะปิดเอง ไม่ต้องกังวลว่าจะไหม้

โหมดย่างบน-ล่าง แยกกัน

บางเมนูต้องการความร้อนจากบน เช่น ย่างชีส บางเมนูต้องการความร้อนจากล่าง เช่น อบฐาน ถ้ามีโหมดแยกได้ จะควบคุมผลลัพธ์ได้ดีกว่า

ระบบพัดลม (Convection)

ฟังก์ชันนี้ช่วยให้ความร้อนกระจายทั่วในเตา ทำให้อาหารสุกสม่ำเสมอ ไม่เกิดจุดที่สุกไม่เท่ากัน โดยเฉพาะถ้าอบเบเกอรี่หรือเค้ก

โหมดสำเร็จรูป

บางรุ่นมีโปรแกรมสำหรับเมนูยอดนิยม เช่น พิซซ่า ไก่ย่าง คุกกี้ แค่กดปุ่มเดียว ตัวเตาจะตั้งค่าอุณหภูมิและเวลาให้เอง เหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่คุ้นกับการใช้งาน

5. วัสดุและความปลอดภัยที่ต้องดู

เตาอบไฟฟ้าเป็นเครื่องใช้ที่ใช้ความร้อนสูง เพราะงั้นความปลอดภัยสำคัญมาก

ตัวเครื่องทำจากอะไร

ควรเลือกตัวเครื่องที่ทำจากสแตนเลสหรือโลหะคุณภาพดี ทนความร้อน ไม่เกิดสนิม ทำความสะอาดง่าย ส่วนกระจกประตูควรเป็นกระจกหนา ทนความร้อนสูง ไม่แตกง่าย

ฉนวนกันความร้อน

เตาอบไฟฟ้าที่ดีควรมีฉนวนกันความร้อนที่ดี ทำให้ตัวเครื่องด้านนอกไม่ร้อนจัดเกินไป ปลอดภัยสำหรับบ้านที่มีเด็ก

ระบบตัดไฟอัตโนมัติ

ควรมีระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อเกิดความร้อนสูงเกินไป หรือใช้งานผิดปกติ เพื่อป้องกันอันตราย

6. ของแถมและอุปกรณ์เสริม

เวลาซื้อเตาอบไฟฟ้า มักจะมีของแถมมาด้วย เช่น ถาดอบ ตะแกรงสำหรับย่าง ที่จับถาด หรือหนังสือสูตรอาหาร สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เราเริ่มใช้งานได้ทันที ไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่ม

แต่ถ้าคุณจริงจังกับการทำอาหาร อาจต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่ม เช่น หม้อทนความร้อน ถาดอบพิเศษ หรือเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิ

7. การทำความสะอาดและบำรุงรักษา

เตาอบไฟฟ้าที่ใช้บ่อยต้องทำความสะอาดสม่ำเสมอ ไม่งั้นคราบไขมันจะสะสม กลิ่นจะติด และอาจส่งผลต่ออายุการใช้งาน

ถาดถอดล้างได้

เลือกแบบที่ถาดและตะแกรงถอดออกล้างได้ง่าย ไม่ต้องมาลำบากเช็ดข้างในเตา

ผนังเตาเคลือบพิเศษ

บางรุ่นมีเคลือบพิเศษที่ทำให้คราบไม่ติด เช็ดออกได้ง่าย หรือมีฟังก์ชันทำความสะอาดอัตโนมัติ

เช็ดหลังใช้ทุกครั้ง

พอใช้เสร็จให้รอเย็นก่อน แล้วเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น ไม่ให้คราบจับตัว จะทำให้เตาอบไฟฟ้าใช้ได้นานขึ้น

8. ราคาและความคุ้มค่า

เตาอบไฟฟ้ามีหลายช่วงราคา ตั้งแต่พันกว่าบาท ไปจนถึงหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับขนาด ฟังก์ชัน และแบรนด์

แต่สิ่งสำคัญคือ อย่าซื้อแค่เพราะถูก ให้ดูว่าคุณจะใช้บ่อยแค่ไหน ถ้าใช้บ่อย ควรลงทุนกับตัวที่คุณภาพดีกว่า เพราะใช้ได้นาน ประหยัดกว่าในระยะยาว

แต่ถ้าใช้นานๆ ครั้ง หรือแค่ทดลอง ก็เริ่มจากตัวราคาประหยัดก่อน แล้วค่อยอัปเกรดทีหลังก็ได้

9. คำแนะนำสำหรับการเลือกตามไลฟ์สไตล์

มาดูกันว่าแต่ละกลุ่มคนควรเลือกเตาอบไฟฟ้าแบบไหน

คนอยู่คอนโด หรือพื้นที่จำกัด

เลือกแบบตั้งโต๊ะขนาด 15-25 ลิตร เคลื่อนย้ายง่าย ใช้งานได้หลากหลาย ไม่กินพื้นที่มาก

ครอบครัว 3-4 คน

เลือกขนาด 25-35 ลิตร มีฟังก์ชันครบ ทั้งอบ ย่าง อุ่น ควรมีระบบพัดลมกระจายความร้อน

คนชอบทำเบเกอรี่

เลือกตัวที่ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ มีระบบพัดลม และควรมีขนาดใหญ่พอที่จะใส่ถาดอบได้หลายชั้น

คนใช้นานๆ ครั้ง

เลือกตัวที่ราคาไม่แพงมาก ใช้งานง่าย ขนาดเล็กกะทัดรัด ไม่ต้องมีฟังก์ชันมากมาย

10. เช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อ

ก่อนกดสั่งซื้อ ลองเช็คข้อนี้ดูนะ จะได้ไม่พลาด

  • ขนาดความจุเหมาะกับจำนวนคนในบ้านหรือเปล่า
  • พื้นที่วางในครัวพอไหม ตรวจสอบขนาดตัวเครื่อง
  • ปลั๊กไฟรองรับกำลังไฟฟ้าของเตาอบไหม
  • มีฟังก์ชันที่เราต้องการหรือเปล่า เช่น ตั้งเวลา ปรับอุณหภูมิ
  • มีรีวิวจากคนใช้จริงหรือยัง ลองหาอ่านดู
  • มีการรับประกัน และศูนย์บริการในประเทศหรือเปล่า
  • ของแถมครบไหม ถาด ตะแกรง ที่จับ
  • ราคาเหมาะสมกับฟังก์ชันที่ได้ไหม
  • ทำความสะอาดง่ายหรือเปล่า
  • รีวิวบอกว่าทนทานไหม ใช้ได้นาน

สรุป

การเลือกซื้อเตาอบไฟฟ้าที่ดีไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเรารู้ว่าเราต้องการอะไร ใช้งานบ่อยแค่ไหน และมีงบประมาณเท่าไหร่ อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจซื้อเพราะโปรโมชั่น หรือเพราะคนอื่นบอกว่าดี ให้ดูที่ไลฟ์สไตล์ของเราเป็นหลัก

ถ้าคุณอยู่คนเดียว ใช้แค่อุ่นอาหาร ก็ไม่ต้องซื้อตัวใหญ่ แต่ถ้าครอบครัวใหญ่ หรือชอบทำขนม ก็ควรลงทุนกับตัวที่มีฟังก์ชันครบ ขนาดใหญ่พอ เพราะใช้บ่อย จ่ายครั้งเดียว ใช้ได้นาน คุ้มกว่าซื้อตัวถูกแล้วต้องเปลี่ยนบ่อย

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ให้มันตอบโจทย์ชีวิตเรา ไม่ใช่แค่ดูสวยหรือถูก ลองคิดถึงเมนูที่จะทำบ่อยที่สุด แล้วเลือกให้เหมาะกับมัน ถ้าทำอย่างนี้ เตาอบไฟฟ้าที่คุณซื้อจะกลายเป็นเครื่องช่วยในครัวที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว

ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะพอเห็นภาพชัดขึ้นแล้วว่าตัวไหนเหมาะกับคุณที่สุด ลองกดเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย แล้วเริ่มต้นทำอาหารอร่อยๆ จากครัวบ้านกันได้แล้ว

Related Articles