Home ช็อปปิ้งรีวิวแนะนำ 5 อันดับ เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

รีวิวแนะนำ 5 อันดับ เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

by admin
A+A-
Reset

คุณแม่ลูกอ่อนทั้งหลาย น่าจะกำลังต้องการเครื่องปั๊มนมไฟฟ้ารองรับการปั๊มนมเก็บไว้ให้ลูกน้อยได้ดื่ม กลายเป็นของจำเป็นไปแล้วก็ว่าได้ ไหนยังจะต้องเลือกสรรสินค้ามาใช้งานกันให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวัน ในปัจจุบันเครื่องปั๊มนมก็มีให้เลือกหลายรุ่น ต่างออกแบบเน้นคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป สำหรับ 5 รุ่นที่นำมาฝากในครั้งนี้ ได้แก่

1. Youha Plus เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า

Youha Plus เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า

เริ่มต้นกันที่แบรนด์แรก Youha Plus กับเครื่องปั๊มนมไฟฟ้า รุ่นนี้มีแบตเตอรี่ สามารถใช้งานแบบไร้สายได้ แต่ก็สามารถใช้งานผ่านการเชื่อมต่อไฟฟ้าได้ด้วย ผ่านมาตรฐาน FDA, BPA free ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของความปลอดภัยต่อเด็กเล็ก ที่น่าสนใจมากที่สุดก็คือ “เสียงเงียบเป็นพิเศษ” เพราะหลายคนอาจจะเคยคุ้นหูกันมาบ้างกับปัญหาเสียงรบกวนของเครื่องปั๊มนมในที่ทำงาน แต่ถ้าหากใช้รุ่นนี้จะหมดห่วงเรื่องนี้ไปได้เลย สามารถปั๊มนมที่ทำงานก็ได้ หรือปั๊มที่บ้านระหว่างสามีและลูกน้อยหลับ ก็ไม่เกิดปัญหาเสียงรบกวน
สำหรับคุณสมบัติอื่นๆ ของเครื่องปั๊มนมรุ่นนี้ ดีงามก็ต้องยกให้กับขนาดของเครื่องเล็กกะทัดรัด ทั้งยังน้ำหนักเบา ทำให้ง่ายต่อการพกพา และเป็นผลดีต่อระหว่างใช้งาน การทำงานมีโหมดกระตุ้นรอบดูด 20-120 ครั้ง/นาที แรงดูดสูงสุดอยู่ที่ 350 mmHgมาพร้อมหน้าจอ Digital LCD เรืองแสงในตอนกลางคืนหัวปั๊มนุ่มไม่ทำให้รู้สึกเจ็บขณะปั๊มนม ในส่วนของแบตเตอรี่นั้นเป็นแบตลิเธียม ใช้เวลาในการชาร์จให้เต็ม 3 ชั่วโมง สามารถใช้ระบบไฟฟ้าได้ระหว่างชาร์จแบต

2. MBK เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า

MBK เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า

ต่อมาที่แบรนด์ MBK อีกหนึ่งรุ่นของเครื่องปั๊มนมไฟฟ้า และสามารถชาร์จไฟได้ โดดเด่นที่สุดก็คือฟังก์ชั่นการกระตุ้นน้ำนมได้ 20 ระดับ แบ่งออกเป็น 3 โหมด ได้แก่ โหมดนวด กระตุ้นนม และปั๊มนม อย่างละ 20 ระดับ รวมทั้งหมดเป็น 60 ระดับ จัดเป็นฟังก์ชั่นการใช้งานที่ดีมากๆ ของรุ่นนี้ ควบคุมการทำงานด้วยปุ่มสัมผัส ใช้งานง่าย รองรับการใช้งานแบบไร้สาย สำหรับเวลาในการชาร์จแบตนั้นอยู่ที่ 3 ชั่วโมง มีหน้าจอแสดงสถานะของแบตเตอรี่ ในส่วนของมอเตอร์สามารถถอดได้ เพื่อทำความสะอาดขวด ในส่วนของมอเตอร์เช็ดทำความสะอาดได้ แต่ไม่สามารถล้างน้ำได้

ในส่วนของวัสดุที่ปั๊มนมจากเต้ามีลักษณะนิ่ม ไม่ทำให้รู้สึกเจ็บและตัวเครื่องดูดสามารถถอดได้ รองรับการจัดเก็บและการพกพาที่สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ในส่วนของวัสดุมีความปลอดภัยตามมาตรฐาน เหมาะสำหรับการปั๊มน้ำนมให้เด็กน้อยดื่มทาน

3. Natur เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า รุ่น D-2

Natur เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า รุ่น D-2

อีกหนึ่งแบรนด์ฝากไว้ในอ้อมใจ ก็คือแบรนด์ Naturสำหรับรุ่นนี้มาพร้อมกับรุ่นที่มีชื่อว่า D-2 รุ่นนี้มีโหมดกระตุ้นน้ำนมรองรับ ทำให้น้ำนมออกง่ายขึ้น สามารถปรับความแรงได้ทั้งหมด 9 ระดับด้วยกัน สำหรับแรงดูดสูงสุดนั้นอยู่ที่ 320 mmHgมีฟังก์ชั่นการจดจำค่าการใช้งานครั้งล่าสุด ทำให้สะดวกต่อการใช้งานครั้งต่อไป วัสดุปลอดสาร (BPA Free)ทำให้ปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก ปากกรวยถูกออกแบบมาให้กระชับกับเต้านม ทำให้การปั๊มน้ำนมเป็นไปอย่างสะดวก มาพร้อมปุ่มกดที่มีสัมผัสนุ่ม ไม่เจ็บมือ สามารถใช้แบบคู่หรือแบบเดี่ยวก็ได้ สำหรับการใช้งานแบบคู่จะช่วยให้ประหยัดเวลาได้มาก น้ำหนักเบา ง่ายต่อการใช้งานและการพกพา มีช่อง USB รองรับการใช้ไฟฟ้าภายในบ้านหรือสามารถต่อไฟจาก Power Bank ได้

4. Lucky Babe เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า BA0707

Lucky Babe เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า BA0707

ถัดมาที่เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าอีกหนึ่งรุ่น จากแบรนด์ Lucky Babe รุ่น BA0707 อีกหนึ่งรุ่นคุณภาพโอเคสำหรับคุณแม่ลูกอ่อนทั้งหลาย ด้วยตัวเครื่องที่มาพร้อมสายปั้มคู่ และปุ่มสัมผัสใช้งานง่าย ฟังก์ชั่นการใช้งานรองรับทั้งนวดและปั๊มนม และโดดเด่นด้วยระบบอัจฉริยะ สามารถนวดเองตามความเหมาะสมและปั๊มนมในระดับที่พอดี ปรับระดับแบบอัตโนมัติมีปุ่มนวดทั้งหมด 5 จุดด้วยกัน รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB สามารถเชื่อมต่อทั้งจากไฟบ้านก็ได้หรือ Power Bank ก็ได้ สำหรับการปรับระดับการทำงาน ทั้งระดับการปั๊มและการนวด ปรับได้ 9 ระดับด้วยกัน วัสดุปราศจากสารเรืองแสง จึงปลอดภัยต่อตัวเด็ก

5. BreastPump เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า

BreastPump เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า

ปิดท้ายเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าด้วยแบรนด์ BreastPumpอีกหนึ่งแบรนด์ยอดนิยม เจ้าของสินค้าที่มีมาตรฐาน สำหรับรุ่นนี้มาพร้อมแบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานแบบไร้สาย โดยแบตเตอรี่เป็นตัวลิเธียม 2300 มิลลิแอมป์ สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 5-7 ชั่วโมงวัสดุ BPA Freeและปราศจากสารเรืองแสง จึงปลอดภัยต่อตัวเด็กโดดเด่นเรื่องแรงดูด ที่ทำให้ได้น้ำนมมาก แต่ไม่เจ็บ เพราะสัมผัสนุ่มของหัวปั๊มนมซิลิโคน ทั้งนี้ยังมีโหมดกระตุ้นน้ำนม การทำงานของเครื่องสามารถปรับได้ 10 ระดับ ทางด้านเสียงระหว่างที่เครื่องทำงานค่อนข้างเงียบ ไม่ส่งเสียงรบกวน

วิธีเลือกซื้อเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025

เคยมั้ยครับที่ซื้อเครื่องปั๊มนมไฟฟ้ามาแล้ว กลับกลายเป็นว่าใช้งานไม่ถนัด เสียงดังจนลูกตื่น หรือปั๊มไม่ได้นมเท่าที่คาดไว้ บางคนซื้อแบบมือปั๊มก็เมื่อยมือ แต่พอจะซื้อแบบไฟฟ้าก็งงว่าจะเลือกยังไง ราคาก็แพงบ้าง ถูกบ้าง สเปกดูแล้วก็คล้ายๆ กัน

จริงๆ แล้วการเลือกเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ต้องรู้ก่อนว่าคุณต้องการใช้งานแบบไหน ถี่แค่ไหน และสไตล์ชีวิตของคุณเป็นยังไง บางคนทำงานนอกบ้านต้องการเครื่องที่พกพาสะดวก บางคนอยู่บ้านก็อยากได้แบบปั๊มเร็ว ปั๊มเงียบ ไม่รบกวนลูกนอน

วันนี้เราจะมาช่วยคุณเลือกเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบจับมือทำ ตั้งแต่เข้าใจประเภท รู้ว่าแบบไหนเหมาะกับใคร ไปจนถึงเทคนิคเลือกซื้อให้คุ้มค่าที่สุด ไม่ต้องเสียเงินซื้อแล้วเสียดาย อ่านจบบทความนี้รับรองว่าคุณจะมั่นใจกดสั่งซื้อได้เลยครับ

1. ทำความรู้จักประเภทเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าก่อนเลือกซื้อ

ก่อนจะไปดูยี่ห้อหรือราคา เราต้องเข้าใจก่อนว่าเครื่องปั๊มนมไฟฟ้ามีกี่แบบ แต่ละแบบใช้งานต่างกันยังไง เพราะถ้าเลือกผิดประเภท แม้จะเป็นของดีราคาแพงก็อาจจะไม่ตอบโจทย์คุณได้

แบบปั๊มข้างเดียว (Single Pump)

เหมาะกับคุณแม่ที่ปั๊มนมไม่บ่อยมาก หรือเป็นการปั๊มสำรองเก็บไว้ใช้ทีละน้อย ข้อดีคือราคาถูกกว่า เครื่องเบากว่า พกพาสะดวก แต่ข้อเสียคือใช้เวลาปั๊มนานกว่า เพราะต้องปั๊มทีละข้าง บางคนก็ว่าเมื่อยมือจากการจับเครื่องนานไป

ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่อยู่บ้าน ให้นมลูกโดยตรงเป็นหลัก แต่อยากปั๊มเก็บไว้สักหน่อยสำหรับยามฉุกเฉิน หรือตอนที่ต้องออกไปข้างนอก แบบนี้เลือกปั๊มข้างเดียวก็พอครับ

แบบปั๊มสองข้าง (Double Pump)

เป็นที่นิยมสุดๆ สำหรับคุณแม่วัยทำงาน หรือคนที่ต้องปั๊มนมบ่อย เพราะปั๊มได้ทั้งสองข้างพร้อมกัน ประหยัดเวลาไปเกือบครึ่ง ข้อดีคืออีกอย่างคือกระตุ้นการผลิตนมได้ดีกว่า เพราะปั๊มทั้งสองข้างทำให้ฮอร์โมนหลั่งมากขึ้น

แต่ราคาก็จะสูงกว่าแบบข้างเดียวนิดหน่อย และบางรุ่นตัวเครื่องจะใหญ่กว่า ถ้าต้องพกไปที่ทำงานทุกวันก็ต้องดูว่ามีกระเป๋าใส่ให้มั้ย เก็บของสะดวกไหม

แบบสวมใส่ (Wearable Pump)

นี่คือเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงในปี 2025 เครื่องปั๊มนมแบบสวมใส่ตัวเล็กมาก สวมเข้าไปในชุดชั้นในได้เลย ปั๊มได้แบบไร้สาย ไม่ต้องนั่งอยู่กับที่ ทำอะไรไปด้วยก็ได้ เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องปั๊มระหว่างทำงาน หรือดูแลลูกคนโตพร้อมกัน

ข้อเสียคือราคาค่อนข้างสูง และความแรงดูดอาจจะไม่เท่าแบบปกติ บางคนก็ว่าทำความสะอาดยุ่งยากกว่า แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชีวิตยุ่งมาก ต้องการความคล่องตัว แบบนี้น่าจะโดนใจ

2. เช็กลิสต์เลือกเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าให้ตรงใจ

มาดูกันว่าตัวไหนคือปัจจัยสำคัญที่คุณต้องคำนึงถึงก่อนตัดสินใจซื้อ เราแบ่งเป็นหัวข้อให้เช็กง่ายๆ เลยครับ

ระดับแรงดูด (Suction Level)

บางคนเต้านมไวต่อการดูด ใช้แรงดูดน้อยก็ได้นมแล้ว แต่บางคนต้องการแรงดูดที่แรงกว่า เครื่องที่ดีควรมีระดับแรงดูดปรับได้หลายระดับ อย่างน้อย 5-10 ระดับขึ้นไป จะได้ปรับตามความสบายของตัวเอง

ถ้าเครื่องปรับระดับไม่ได้ หรือปรับได้น้อย ก็มีโอกาสที่คุณจะรู้สึกเจ็บ หรือไม่ก็ปั๊มไม่ได้นมเท่าที่ควร ดูให้ดีตรงนี้นะครับ

ความเงียบของเครื่อง

เคยเจอมั้ยที่ปั๊มนมตอนลูกนอนแล้วเสียงดังจนลูกตื่น หรือปั๊มที่ออฟฟิศแล้วเสียงดังจนเพื่อนร่วมงานได้ยิน อันนี้อึดอัดสุดๆ เลือกเครื่องที่มีระบบลดเสียงรบกวน ดูจากรีวิวว่าเงียบจริงมั้ย

เครื่องที่ดีควรมีเสียงไม่เกิน 50 เดซิเบล ประมาณเสียงพูดคุยปกติ ถ้าเงียบกว่านี้ก็ยิ่งดี

ระบบนวดกระตุ้น (Massage Mode)

เครื่องหลายรุ่นจะมีโหมดนวดก่อนปั๊มจริง ช่วยกระตุ้นให้นมไหลออกมาง่ายขึ้น ลดอาการคัดตึงที่เต้านม แนะนำให้เลือกแบบที่มีโหมดนี้ เพราะจะทำให้ปั๊มนมได้รวดเร็วและสบายกว่า

แบตเตอรี่และระบบชาร์จ

ถ้าคุณต้องพกไปที่ทำงาน หรือปั๊มนมบ่อย ให้เลือกแบบที่มีแบตในตัว ชาร์จ USB ได้จะสะดวกสุด เพราะใช้ได้ทุกที่ แม้แต่ในรถหรือที่ทำงานก็ชาร์จได้ ดูอายุแบตด้วยว่าปั๊มได้กี่ครั้งต่อการชาร์จหนึ่งรอบ

บางเครื่องใช้ถ่าน AA ก็ได้ แต่อาจจะไม่ค่อยคุ้มในระยะยาว เพราะต้องซื้อถ่านบ่อย

ชิ้นส่วนถอดล้างได้ง่าย

นี่สำคัญมาก เพราะคุณต้องล้างทุกครั้งหลังใช้งาน ถ้าชิ้นส่วนซับซ้อน มีซอกมุมเยอะ ทำความสะอาดยากจริงๆ บางคนเลยเลิกใช้ไปเลย เลือกแบบที่ชิ้นส่วนถอดประกอบง่าย ล้างง่าย นึ่งฆ่าเชื้อได้ดีที่สุด

ขนาดและน้ำหนัก

ถ้าคุณต้องพกพาบ่อย ให้ดูน้ำหนักเครื่อง ควรไม่เกิน 1 กิโลกรัม และควรมีกระเป๋าใส่มาให้ในชุด จะได้เก็บพกสะดวก

แต่ถ้าใช้แค่ที่บ้าน ตัวเครื่องจะหนักหน่อยก็ไม่เป็นไร สำคัญที่ความทนทานมากกว่า

3. เลือกเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าตามไลฟ์สไตล์ของคุณ

มาดูกันว่าแต่ละกลุ่มคนควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับชีวิตที่สุด

คุณแม่วัยทำงาน ต้องปั๊มนมที่ออฟฟิศ

ถ้าคุณต้องกลับไปทำงานหลังคลอด และต้องปั๊มนมระหว่างวัน แนะนำให้เลือกแบบปั๊มสองข้างที่เงียบ มีแบตในตัว และมีกระเป๋าใส่พกพาสะดวก ประหยัดเวลาให้คุณได้มากที่สุด

ถ้าเป็นไปได้ ควรเลือกแบบที่มีหน้าจอแสดงผลชัดเจน บอกระดับแรงดูด เวลาที่ใช้ไป และปริมาณนมที่ปั๊มได้ จะได้ควบคุมง่าย ไม่ต้องคอยเดาว่าปั๊มไปนานแค่ไหนแล้ว

คุณแม่อยู่บ้าน ให้นมลูกโดยตรงเป็นหลัก

ถ้าคุณอยู่กับลูกตลอดเวลา ให้นมตรงได้บ่อย แต่อยากปั๊มเก็บไว้บ้างสำหรับตอนที่ต้องออกไปข้างนอก หรือให้คนอื่นช่วยดูแลลูก เลือกแบบปั๊มข้างเดียวก็เพียงพอ ราคาไม่แพง ใช้งานง่าย

แต่ถ้าคุณมีแผนจะปั๊มนมเก็บแช่แข็งไว้เยอะๆ หรือบางทีนมคั่งมาก ก็ควรเลือกแบบสองข้างดีกว่า จะได้ปั๊มเร็ว ไม่ต้องเสียเวลานานเกินไป

คุณแม่ที่มีลูกคนโตด้วย ต้องดูแลหลายคน

นี่คือกลุ่มที่ยุ่งสุด เพราะต้องดูแลลูกหลายคน บางทีอยากปั๊มนมแต่ก็ต้องเฝ้าลูกคนโตเล่นอยู่ด้วย แบบนี้แนะนำให้เลือกเครื่องปั๊มนมแบบสวมใส่ ใช้งานได้ขณะทำอย่างอื่น

หรือถ้าไม่อยากลงทุนมาก ก็เลือกแบบปั๊มสองข้างที่ปั๊มเร็วสุด จะได้ใช้เวลาน้อยที่สุด แล้วกลับไปดูแลลูกได้เร็ว

คุณแม่ที่มีปัญหาน้ำนมไม่ค่อยไหล

บางคนผลิตนมได้ แต่ออกมายาก หรือนมไหลช้า ปั๊มนมแล้วได้น้อย แบบนี้ต้องเลือกเครื่องที่มีโหมดนวดกระตุ้นที่ดี ปรับระดับแรงดูดได้ละเอียด และควรมีจังหวะดูดที่เลียนแบบการดูดของลูกจริงๆ

เครื่องดีๆ จะมีโหมด 2 Phase คือช่วงแรกนวดกระตุ้นก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นโหมดดูดจริง ช่วยให้นมไหลง่ายขึ้นมาก

4. สิ่งที่มือใหม่มักพลาดตอนเลือกซื้อ

เรามาดูกันว่าคนส่วนใหญ่มักพลาดตรงไหนบ้าง เพื่อที่คุณจะได้ไม่เหยียบรอยเดิม

เลือกตามราคาถูกอย่างเดียว

จริงอยู่ว่าราคาถูกฟังดูน่าสนใจ แต่ถ้าซื้อแล้วใช้ไม่ได้ผล หรือปั๊มไม่ออก ก็กลายเป็นเสียเงินเปล่า เครื่องปั๊มนมคุณจะใช้เป็นเดือนหรือเป็นปี ลงทุนให้ดีหน่อย เลือกให้คุ้มค่ากับการใช้งาน มากกว่าคุ้มค่ากับราคา

ไม่ได้ทดลองก่อนซื้อ

ถ้าซื้อที่ร้านหรือห้างได้ ลองขอทดลองดูการใช้งาน ลองจับดู ดูว่าหนักเกินไปมั้ย ปุ่มกดสะดวกมั้ย เสียงดังมั้ย แต่ถ้าซื้อออนไลน์ ก็ต้องอ่านรีวิวให้ดี ดูคลิปวิดีโอรีวิวให้เยอะๆ

ลืมเช็กอะไหล่

บางยี่ห้อหาอะไหล่ยาก เช่น จุกนม ขวดปั๊ม ท่อดูด เวลาชำรุดแล้วหาซื้อไม่ได้ ต้องสั่งจากต่างประเทศ หรือไม่ก็ต้องซื้อเครื่องใหม่เลย ควรเลือกแบบที่หาอะไหล่ง่าย ราคาไม่แพงเกินไป

ไม่ดูรับประกัน

เครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรก็เสี่ยงเสียได้ ดูว่ารับประกันกี่เดือน เคลมง่ายมั้ย มีศูนย์บริการมั้ย ถ้าเครื่องเสียแล้วแบรนด์ติดต่อยาก หรือไม่มีศูนย์ซ่อมในไทย ก็น่าปวดหัวตามมา

5. เทคนิคเลือกซื้อให้คุ้มค่าสุด

มาดูกันว่ามีเทคนิคอะไรบ้างที่จะช่วยให้คุณได้เครื่องดีในราคาที่เหมาะสม

อ่านรีวิวจากคนใช้จริง

อย่าเชื่อแค่รีวิวในเพจขายของ หรือคำโฆษณาของแบรนด์ ไปหารีวิวจากกลุ่มคุณแม่ในเฟซบุ๊ก หรือในพันทิป จะได้เจอความคิดเห็นที่จริงใจกว่า ทั้งข้อดีและข้อเสียจริงๆ

เปรียบเทียบสเปกให้ละเอียด

อย่าดูแค่ราคา ให้ดูสเปกทุกอย่าง เช่น ระดับแรงดูด ความเงียบ อายุแบต อะไหล่มีมั้ย รับประกันนานแค่ไหน แล้วค่อยตัดสินใจว่าคุ้มจริงมั้ย

ดูโปรโมชั่นและของแถม

หลายร้านมักมีของแถมเพิ่ม เช่น ขวดปั๊มสำรอง ถุงเก็บนม หรือคูลเลอร์ถุงแข็ง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายตามมาได้เยอะ หรือบางร้านมีส่วนลดช่วงโปรโมชั่น ก็ช่วยให้ได้เครื่องดีในราคาที่ถูกลง

เช็กว่ามีชุดเซ็ตสำหรับมือใหม่มั้ย

บางแบรนด์จะมีชุดเซ็ตที่รวมทุกอย่างไว้ให้ ตั้งแต่เครื่องปั๊ม ขวด ถุงเก็บนม กระเป๋าพกพา ซื้อแบบเซ็ตจะได้ครบและถูกกว่าซื้อแยก

6. ดูแลและใช้งานเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าอย่างไรให้อยุ่ยาว

ซื้อมาแล้วก็ต้องดูแลให้ดี เครื่องถึงจะใช้ได้นาน ไม่เสียง่าย

ล้างทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้

อย่าขี้เกียจล้าง เพราะนมแม่ติดค้างในชิ้นส่วนจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้ ถอดชิ้นส่วนออกล้างด้วยน้ำสบู่ทุกครั้ง แล้วนึ่งฆ่าเชื้ออย่างน้อยวันละครั้ง

เก็บให้แห้งสนิท

หลังล้างแล้วต้องเช็ดให้แห้ง หรือตากให้แห้งสนิทก่อนเก็บ ถ้าเก็บทั้งที่ยังเปียกจะเกิดกลิ่นอับ หรือเชื้อราได้

เก็บในที่ปลอดฝุ่น

หาถุงหรือกล่องใส่เครื่องปั๊มนมให้เรียบร้อย อย่าทิ้งไว้โล่งๆ เพราะฝุ่นจะเข้าไปในชิ้นส่วน ทำให้ไม่สะอาด

ตรวจเช็กชิ้นส่วนเป็นประจำ

ดูว่าจุกนมฉีกขาดมั้ย ท่อดูดมีรอยแตกมั้ย ถ้าเห็นว่าชำรุดก็เปลี่ยนทันที ไม่ควรใช้ของที่ชำรุดต่อเพราะจะทำให้ปั๊มไม่ได้ผล

บางคนใช้จนจุกนมยืดหย่อน หรือท่อดูดแข็งตัว ก็ต้องเปลี่ยนใหม่ อย่าตัดใจ เพราะชิ้นส่วนเหล่านี้ราคาไม่แพง แต่จะช่วยให้เครื่องทำงานได้ดีต่อไป

7. คำถามที่มักถูกถามบ่อยเกี่ยวกับเครื่องปั๊มนมไฟฟ้า

ปั๊มนมแบบไฟฟ้ากับมือปั๊มต่างกันยังไง

แบบไฟฟ้าปั๊มได้เร็วกว่า ไม่เมื่อยมือ ปรับแรงดูดได้ แต่ราคาแพงกว่า ส่วนมือปั๊มจะถูกกว่า เงียบกว่า แต่ต้องใช้แรงมือตัวเอง ถ้าปั๊มนมบ่อยก็จะเหนื่อย

ต้องซื้อแบบสองข้างเสมอมั้ย

ไม่จำเป็น ถ้าปั๊มไม่บ่อยก็เลือกแบบข้างเดียวก็ได้ แต่ถ้าปั๊มทุกวันหรือหลายครั้งต่อวัน แบบสองข้างจะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ

เครื่องเสียงดังทำยังไงดี

ถ้าเลือกซื้อแล้วพบว่าเสียงดังเกินไป ลองหากล่องหุ้มเครื่อง หรือปั๊มในห้องที่ห่างจากลูกนอน บางคนก็ใช้หมอนหุ้มเครื่องช่วยลดเสียง แต่ถ้าดังจริงๆ ก็ควรเปลี่ยนเป็นรุ่นที่เงียบกว่าดีกว่า

ควรเปลี่ยนเครื่องบ่อยแค่ไหน

ถ้าดูแลดี ใช้งานปกติ เครื่องควรอยู่ได้ 1-2 ปี แต่ถ้าใช้บ่อยมาก ทุกวันๆ อาจจะเสื่อมเร็วกว่า ดูจากประสิทธิภาพ ถ้าปั๊มช้าลง หรือแรงดูดไม่เท่าเดิม ก็อาจถึงเวลาเปลี่ยน

สำหรับคนที่กำลังจะมีลูกคนที่สอง หรือวางแผนจะมีลูกต่อ อย่าเพิ่งทิ้งเครื่องเก่า เก็บไว้ก็ยังใช้ได้ แต่ต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สัมผัสกับนมทั้งหมดก่อนใช้ใหม่

เอาล่ะ อ่านมาถึงตรงนี้คุณน่าจะมีภาพชัดเจนขึ้นแล้วว่าจะเลือกเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบไหนให้เหมาะกับตัวเองที่สุด จริงๆ แล้วการเลือกซื้อไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่รู้ว่าคุณต้องการใช้งานยังไง ใช้บ่อยแค่ไหน และมีงบประมาณเท่าไร ก็เลือกได้ถูกแล้ว

สิ่งสำคัญคือเลือกให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณ อย่าเลือกตามคนอื่น เพราะทุกคนมีความต้องการที่ต่างกัน บางคนอยากได้ความสะดวก บางคนอยากประหยัดเวลา บางคนอยากได้ราคาที่เอื้อมถึง คำตอบที่ดีที่สุดคือเครื่องที่ตอบโจทย์คุณมากที่สุด

ลองเข้าไปดูรายละเอียดเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแต่ละรุ่นได้เลย เปรียบเทียบกันดูสักหน่อย อ่านรีวิวให้ครบ แล้วค่อยเลือกตัวที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณ การเลือกเครื่องที่ดีจะช่วยให้คุณปั๊มนมได้สะดวกสบาย มีนมเก็บไว้ให้ลูกได้เต็มที่ และทำให้ช่วงเวลาเลี้ยงลูกของคุณง่ายขึ้นอีกเยอะเลยล่ะครับ

Related Articles