ปิ้งย่าง !! นึกถึงทีไร ต้องน้ำลายสอทุกที ซึ่งทุกครั้งที่คิดถึง ล้วนแล้วแต่ต้องออกไปกินร้านนอกบ้านกับเพื่อนทุกที ซึ่งจะดีกว่ามั้ย ถ้าลองเปลี่ยนบรรยากาศชวนเพื่อนมาทำปิ้งย่างที่บ้านแทนด้วยเตาย่างไฟฟ้าที่ ปัจจุบันราคาไม่แพงเพราะเตาย่างไฟฟ้าได้กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวยอดฮิตสำหรับบ้านเราไปแล้ว ไม่ว่าจะด้วยพฤติกรรมคนไทยที่ชื่นชอบการกินปิ้งย่างมากขึ้น แถมการทำกินเองก็ประหยัดกว่า นอกจากนี้ราคาของเตาย่างไฟฟ้ายังถูกลงเรื่อยๆ แต่จัดเต็มเรื่องฟังก์ชั่นยิ่งก่วาเดิม จึงไม่แปลกที่มันจะกลายเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับบ้านของคุณ
แต่เตาย่างไฟฟ้า เหล่านี้นั้นมีให้เลือกมากมาย หลากหลายยี่ห้อ แล้วจะเลือกยี่ห้อไหน รุ่นอะไร จึงจะเหมาะกับงบประมาณและความต้องการของเราดีล่ะ? วันนี้เราจึงได้จัดรีวิว 5 เตาย่างไฟฟ้าที่คุณต้องมีซักตัวมาฝาก หวังว่าจะเป็นตัวช่วยในการเลือกซื้อของคุณ สำหรับทุกคนที่กำลังสนใจจัดเตาปิ้งย่างมาไว้ประจำบ้านกันนะคะ
1. Otto เตาย่างไฟฟ้า บาร์บีคิว รุ่น GR-141
Otto เตาย่างไฟฟ้าบาร์บีคิวรุ่น GR-141 เตาขนาดเล็ก กะทัดรัด เหมาะสำหรับคนอยู่หอพัก อพาร์ทเม้นท์และครอบครัวเล็ก ดีไซน์แบบมินิมอลเน้นการใช้งานด้วยตะแกรงปิ้งย่างและถาดรองรับน้ำมัน ควบคุมอุณหภูมิได้ง่ายดายด้วยการหมุนปรับระดับ ใช้สำหรับปิ้ง ย่าง หรือทำทะเลเผา ถึงตัวเล็กแต่ฟังก์ชั่นก็จัดเต็มด้วยความสามารถปรับอุณภูมิได้ถึง 5 ระดับคุณสมบัติ ตะแกรงสำหรับย่างปรับความสูงได้ 3 ระดับ เมื่อใช้งานเสร็จแล้วสามารถถอดตะแกรงออกเพื่อทำความสะอาดได้ง่าย และสามารถทำความสะอาดถาดด้านล่างได้ด้วย ปลอดภัยด้วยระบบเทอร์โมสตัทที่ช่วยควบคุมการทำงาน Otto เตาย่างไฟฟ้าบาร์บีคิวรุ่นGR-141 มีกำลังไฟ 2,000 วัตต์ ใช้ไฟ 220 โวลต์ ขนาดของเตาเล็กกระทัดรัดแค่ 30 x 49 x 10 เซนติเมตร ความกว้างของตะแกรงย่าง 22 x 38 เซนติเมตร และมีระยะเวลาการรับประกัน 1 ปี ถือว่าเป็นเตาย่างไฟฟ้าขนาดเล็กที่ครบเครื่องในราคาเบาๆ 599 บาท เหมาะสำหรับปิ้งย่างบาร์บีคิวหรือทำทะเลเผา รับประทาน 1-2 คน
2. กระทะเทปัน เตาบาร์บีคิวเกาหลี BBQ
กระทะเทปันเตาบาร์บีคิวเกาหลีBBQ มาพร้อมดีไซน์เรียบหรูด้วยกระทะแบนกว้างสไตล์กระทะเทปันยากิ ขนาดกระทะ 48 x 28เซนติเมตรมีกำลังไฟประมาณ 1300-1700 วัตต์ สามารถปรับความร้อนได้ถึง 5 ระดับ ผิวกระทะเคลือบ Non-stick เทฟลอนที่ปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย จึงทำให้เนื้อและผักไม่ติดกระทะระหว่างการปิ้งย่าง ดัดแปลงเพื่อใช้ทำอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเทปันยากิ ปิ้งย่าง เนื้อกระทะ บาร์บีคิว อาหารผัด เป็นต้น เคลื่อนย้ายสะดวกด้วยหูหิ้ว 2 ข้างที่แยกจากตัวกระทะ ทำให้ไม่ร้อนแม้ต้องจับระหว่างการทำงาน ขนาดกระทะใหญ่มากพอสำหรับการประกอบอาหารสำหรับ 1-4 คน คุ้มค่าในราคาเพียง 1,588 บาท
3. IMARFLEX เครื่องปิ้งย่างไร้ควัน รุ่น IF-854
IMARFLEX เครื่องปิ้งย่างไร้ควัน รุ่น IF-854 มาในดีไซน์สวยหรูตามแบบฉบับของแบรนด์ดัง IMARFLEX ด้วยผิวกระทะเคลือบ Non-stick เทปลอนแบบลอนคลื่น ทำให้สามารถทำปิ้งย่าง เนื้อกระทะ บาร์บีคิว หรือทะเลเผาได้แบบจัดเต็ม ไม่ติดกระทะ และยังทำให้ไม่มีน้ำมันส่วนเกิน มีถาดเก็บน้ำมันที่สามารถเททิ้งได้ทันที ที่จับทั้งสองข้างเป็นไม้ทำให้ไม่ร้อนมือเมื่อต้องเคลื่อนย้าย แถมยังประกอบอาหารได้สบายๆ เพราะมาในระบบไร้ควัน เหมาะสำหรับบ้าน คอนโดและหอพัก IMARFLEX เครื่องปิ้งย่างไร้ควันรุ่นIF-854 สามารถปรับอุณหภูมิได้ 5 ระดับ มีกำลังไฟ 1400 วัตต์แรงดันไฟฟ้า 200 โวลต์50 Hz ระยะเวลาการรับประกัน 1 ปี พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของในราคาเพียง 1,990 บาท ถือว่าคุ้มค่าที่สุดสำหรับคนรักแบรนด์ IMARFLEX
4. Electrolux เตาย่างไฟฟ้า – รุ่น EBG200 2,200 วัตต์
Electrolux เตาย่างไฟฟ้า – รุ่นEBG200 เตาปิ้งย่างไฟฟ้ารุ่นใหญ่ จัดเต็มด้วยกำลังไฟฟ้า 2,200 วัตต์ ทำให้เครื่องร้อนเร็ว ความร้อนสูง ประกอบอาหารได้อย่างรวดเร็ว เตาปิ้งย่างออกแบบสวยหรู ดูทันสมัย ใช้ทำอาหารได้ทั้งปิ้ง ย่าง ทอด บาร์บีคิว พร้อมฝาปิดจากกระจกป้องกันน้ำมันกระเด็นและยังใช้เพื่อการอบเนื้อและผักได้ ผิวกระทะมีมาให้ทั้งแบบลอนคลื่นและแบบเรียบ เคลือบสารป้องกันการติดNon-stick ขนาดเตากว้าง 48 x 36 x 15 เซนติเมตร เคลื่อนย้ายและจัดเก็บสะดวก อีกทั้งยังสามารถรองรับเครื่องล้างจานได้อีกด้วยเนื่องจากตะแกรง กระทะ และฝาปิดสามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ สามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 70 – 230 องศาเซลเซียส พร้อมการรับประกัน 1 ปีElectrolux เตาย่างไฟฟ้า – รุ่นEBG200 ถือเป็นอีกหนึ่งเตาปิ้งย่างคุณภาพที่มาพร้อมฟังก์ชั่นครบครัน
5. HOUSE WORTH เตาย่างไฟฟ้า ไร้ควัน รุ่น HW-1100
HOUSE WORTH เตาปิ้งย่างบาร์บีคิวไร้ควัน รุ่น HW-1100 หนึ่งในเตาปิ้งย่างอาหารระบบไร้ควันที่ดีที่สุด เหมาะสำหรับทุกครัวเรือนรวมถึงหอพักและคอนโด ตะแกรงปิ้งย่างอะลูมิเนียมสามารถปรับระดับได้ ถอดล้างสะดวก ควบคุมการทำงานด้วยสวิทช์เปิด-ปิด และไฟแสดงสถานะ ประกบอาหารได้ทั้งการปิ้ง ย่าง ทำบาร์บีคิว สบายใจแบบไร้ควันไฟรบกวน ขนาดเตา 53x36x10.5 เซนติเมตร น้ำหนัก 2.5 กิโลกรัม ระยะเวลาการรับประกัน 1 ปี ครบเครื่อง พร้อมความสะดวกในการเคลื่อนย้าย
วิธีเลือกซื้อเตาย่างไฟฟ้าให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025
เคยมั้ยครับ ซื้อเตาย่างไฟฟ้ามาแล้วใช้ได้แค่สองสามครั้ง แล้วก็เอาไปวางทิ้งมุมห้องจนเต็มไปด้วยฝุ่น? หรือไม่ก็ซื้อมาแล้วถึงรู้ว่ามันไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของเราเลย บางคนซื้อเพราะเห็นว่าราคาถูก แต่พอใช้ไปสักพักความร้อนไม่สม่ำเสมอ หน้าเตาติดง่าย ทำความสะอาดลำบาก สุดท้ายก็กลายเป็นของตกแต่งบ้านไปอีกชิ้น
ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก เพราะเราไม่ได้คิดให้รอบคอบก่อนซื้อจริงๆ มักเลือกแบบไปวัน ๆ หรือตัดสินใจเพราะโปรโมชั่นดูดี แต่จริงๆ แล้วการเลือกเตาย่างไฟฟ้าให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองมันไม่ยากเลย แค่รู้ว่าจะดูอะไรบ้าง รู้ว่าเราใช้บ่อยแค่ไหน และเราต้องการอะไรจากมันจริงๆ
วันนี้เราจะมาช่วยให้คุณเลือกซื้อเตาย่างไฟฟ้าแบบมั่นใจ ไม่ต้องกลัวผิดหวัง ไม่ต้องเสียเงินทิ้งกับของที่ไม่ได้ใช้ แถมยังได้ของที่คุ้มค่าและใช้งานได้ยาว ๆ อีกด้วยครับ มาเริ่มกันเลยดีกว่า!
1. ก่อนจะซื้อ ต้องรู้ว่าเราจะใช้ยังไง
คำถามแรกที่ต้องถามตัวเองก่อนเลย คือ “เราจะใช้เตาย่างไฟฟ้าบ่อยแค่ไหน และใช้ทำอะไรบ้าง?” เพราะถ้าคุณเป็นคนที่ชอบปิ้งย่างทุกสัปดาห์ กับคนที่ใช้แค่เดือนละครั้ง ความต้องการก็ไม่เหมือนกันแน่นอน
ลองตอบคำถามพวกนี้ดูครับ:
- คุณจะใช้เตาย่างบ่อยแค่ไหน? ทุกสัปดาห์ หรือเดือนละครั้ง?
- จะใช้ย่างกับใคร? แค่คนเดียว คู่รัก หรือครอบครัวใหญ่?
- บ้านคุณมีพื้นที่มากแค่ไหน? คอนโดเล็ก ๆ หรือบ้านเดี่ยวที่มีระบายอากาศดี?
- ชอบย่างอะไรเป็นหลัก? หมู ไก่ ปลา ผัก หรือหมูกระทะ?
- ทำความสะอาดยากไหมสำคัญแค่ไหน?
พอตอบได้แล้ว คุณจะเห็นภาพชัดขึ้นเยอะเลยว่าควรเลือกแบบไหน เพราะบางคนซื้อมาขนาดใหญ่มาก แต่ใช้แค่คนเดียว สุดท้ายก็กลายเป็นว่าเปลืองไฟ เก็บยาก และไม่ค่อยได้ใช้
2. เลือกประเภทให้ตรงกับไลฟ์สไตล์
เตาย่างไฟฟ้ามีหลายประเภทมาก แต่เราจะแบ่งแบบง่าย ๆ ให้เข้าใจกันก่อน แล้วค่อยดูว่าแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด
แบบกระทะย่าง – เหมาะกับคนอยู่คอนโด
ถ้าคุณอยู่คอนโดหรือห้องเช่าที่พื้นที่จำกัด แบบกระทะย่างน่าจะตอบโจทย์ที่สุด เพราะมันเบา เก็บง่าย ไม่กินพื้นที่ และที่สำคัญคือควันไม่เยอะ เหมาะกับการใช้ในห้องปิด
แต่ข้อเสียคือ พื้นที่ในการย่างไม่เยอะ ถ้าจะย่างให้หลายคนพร้อมกันต้องทำหลายรอบ อาจจะใช้เวลานานหน่อย แต่ถ้าใช้แค่ 1-2 คนก็สบายมาก
แบบตั้งโต๊ะ – เหมาะกับครอบครัวเล็ก
เตาย่างแบบตั้งโต๊ะจะมีขนาดกลาง ๆ พอดี วางบนโต๊ะอาหารได้เลย เหมาะกับครอบครัว 3-4 คน ที่ชอบนั่งกินข้าวพร้อมกันแบบชิล ๆ
ข้อดีคือ ใช้งานง่าย ตั้งค่าไม่ยุ่งยาก ทำความสะอาดก็ไม่ลำบากมาก และราคาไม่แพงเกินไป เหมาะกับคนที่เพิ่งจะเริ่มต้นใช้เตาย่างไฟฟ้า
แบบหมูกระทะ – เหมาะกับคนชอบปาร์ตี้
ถ้าคุณเป็นคนชอบเรียกเพื่อนมากินข้าวที่บ้านบ่อย ๆ แบบหมูกระทะก็ตอบโจทย์สุด ๆ เพราะมันมีทั้งส่วนย่างตรงกลางและส่วนต้มรอบข้าง ทำได้ทั้งย่างและชาบู ใครชอบอะไรก็กินได้
แต่ต้องระวังเรื่องขนาด เพราะมันใหญ่พอสมควร และถ้าใช้แค่คนเดียวหรือสองคนอาจจะเปลืองไฟ แถมเก็บก็ยุ่งหน่อย
แบบบาร์บีคิวขนาดใหญ่ – เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่เยอะ
สำหรับคนที่มีบ้านเดี่ยวหรือมีระเบียงกว้าง ๆ แบบนี้จะเจ๋งมาก เพราะมันมีพื้นที่ย่างเยอะ ย่างได้หลายอย่างพร้อมกัน เหมาะกับครอบครัวใหญ่หรือปาร์ตี้สังสรรค์
ข้อเสียคือ ราคาค่อนข้างสูง เก็บยาก และต้องมีพื้นที่เยอะพอสมควร ไม่เหมาะกับคนอยู่คอนโดหรือห้องเช่าแน่นอน
3. สเปกสำคัญที่ต้องดู
พอรู้แล้วว่าจะเลือกประเภทไหน ต่อมาก็ต้องดูรายละเอียดให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะบางทีสเปกมันดูเหมือนกัน แต่พอใช้จริงต่างกันเยอะเลย
กำลังไฟ (Watt) – ยิ่งสูงยิ่งร้อนเร็ว
กำลังไฟมันบอกว่าเตาของคุณจะร้อนเร็วแค่ไหน และร้อนมากแค่ไหน โดยทั่วไปแล้วเตาย่างไฟฟ้าจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,200 วัตต์
- 1,000-1,500 วัตต์ – เหมาะกับคนใช้คนเดียวหรือสองคน ย่างของเบา ๆ เช่น ผัก เห็ด ไส้กรอก
- 1,500-2,000 วัตต์ – เหมาะกับครอบครัวเล็ก ย่างได้ทั้งเนื้อหมู ไก่ ปลา
- 2,000 วัตต์ขึ้นไป – เหมาะกับครอบครัวใหญ่หรือปาร์ตี้ ย่างได้เยอะพร้อมกัน
แต่อย่าลืมว่า ยิ่งกำลังไฟสูง ก็ยิ่งกินไฟเยอะด้วยนะครับ ถ้าใช้บ่อยต้องคิดค่าไฟด้วย
วัสดุหน้าเตา – เคลือบหรือไม่เคลือบ?
หน้าเตามีให้เลือกหลายแบบ แต่ที่นิยมมีสองแบบหลัก ๆ คือ
- แบบเคลือบกันติด – ทำความสะอาดง่ายมาก แค่เช็ดก็หมดแล้ว ไม่ต้องขัดแรง เหมาะกับคนไม่ชอบล้างจาน
- แบบไม่เคลือบ – ติดง่ายกว่า แต่ราคาถูกกว่า ถ้าไม่กลัวขัดก็เอาแบบนี้ได้
ส่วนตัวแนะนำเลยว่า ให้เลือกแบบเคลือบกันติดดีกว่า เพราะมันประหยัดเวลาและแรงในการทำความสะอาดมาก คุ้มค่าในระยะยาวครับ
การควบคุมอุณหภูมิ – ปรับได้หรือไม่?
บางรุ่นมีแค่ปุ่มเปิด-ปิด ไม่มีปรับอุณหภูมิ อันนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะบางอย่างต้องใช้ไฟอ่อน บางอย่างต้องไฟแรง ถ้าปรับไม่ได้อาจจะทำให้อาหารไหม้หรือไม่สุกสม่ำเสมอ
แนะนำให้เลือกแบบที่มีปรับอุณหภูมิได้หลายระดับ จะใช้งานได้สะดวกกว่าเยอะ ทำอาหารได้หลากหลายมากขึ้น
ถาดรองน้ำมัน – มีหรือไม่มี?
อันนี้สำคัญมาก! ถาดรองน้ำมันช่วยรองรับน้ำมันและน้ำที่ไหลออกจากอาหาร ทำให้ไม่มีควันเยอะ และกลิ่นไม่ฟุ้งไปทั่วบ้าน
ถ้าคุณอยู่คอนโดหรือห้องเช่า ต้องเลือกแบบที่มีถาดรองน้ำมันเด็ดขาด ไม่งั้นครั้งเดียวแมวข้างห้องมาขอกินข้าวแน่นอน เพราะกลิ่นไปทั่วตึกเลย
4. เช็คลิสต์ก่อนกดสั่งซื้อ
ก่อนที่จะกดสั่งซื้อ ลองเช็คตามนี้ดูนะครับ เพื่อให้แน่ใจว่าเราเลือกถูกแล้ว:
- ✅ ขนาดเหมาะกับจำนวนคนที่จะใช้หรือไม่?
- ✅ มีที่เก็บพอไหม หรือจะต้องวางทิ้งไว้ข้างนอก?
- ✅ กำลังไฟเหมาะกับการใช้งานของเราไหม?
- ✅ ทำความสะอาดง่ายไหม? ถอดแยกชิ้นส่วนได้ไหม?
- ✅ มีการรับประกันจากร้านหรือแบรนด์ไหม?
- ✅ รีวิวจากคนซื้อจริงเป็นยังไง? ใช้ดีไหม?
- ✅ ราคาคุ้มค่าไหมเมื่อเทียบกับสเปกที่ได้?
ถ้าตอบ “ใช่” ได้หมดทุกข้อ แสดงว่าคุณเลือกถูกแล้วครับ กดสั่งซื้อได้เลยไม่ต้องลังเล!
5. เคล็ดลับการใช้งานให้คุ้มค่าและยาวนาน
พอซื้อมาแล้ว อย่าลืมดูแลรักษาให้ดีด้วยนะครับ เพราะถ้าดูแลดีเตาจะอยู่กับเราได้นาน ๆ ไม่ต้องซื้อใหม่บ่อย ๆ
ทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้
อย่ารอให้คราบไขมันแห้งแข็งก่อนถึงค่อยล้าง เพราะจะทำให้ขัดยากมาก แนะนำให้รอเตาเย็นสักหน่อยแล้วเช็ดทันทีด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น ใช้เวลาไม่กี่นาที แต่ช่วยให้เตาสะอาดและอยู่ได้นานขึ้น
อย่าใช้ไฟแรงตลอด
บางคนเปิดไฟแรงสุดตลอดเวลา คิดว่าจะได้สุกเร็ว แต่จริงๆ แล้วมันทำให้เตาเสื่อมเร็วและอาหารไหม้ง่าย แนะนำให้ปรับอุณหภูมิตามประเภทอาหาร จะได้ผลดีกว่า
เก็บในที่แห้งและไม่ชื้น
อย่าเก็บเตาในที่ที่มีความชื้นสูง เพราะจะทำให้สนิมหรือเสื่อมเร็ว หาที่เก็บที่แห้ง มีอากาศถ่ายเทดี แค่นี้ก็ช่วยยืดอายุการใช้งานได้เยอะแล้ว
6. อย่าเพิ่งรีบซื้อ แต่อย่ารอนานเกินไปด้วย
หลายคนชอบรอโปรโมชั่นจนเกินไป จนบางทีก็ไม่ได้ซื้อซักที แต่จริงๆ แล้วถ้าคุณรู้แล้วว่าต้องการอะไร และเจอของที่ตอบโจทย์ในราคาที่พอใจ ก็ซื้อเลยดีกว่า
เพราะบางทีรอโปรนาน ๆ แต่สุดท้ายโปรไม่มา หรือไม่ก็ของหมด แล้วต้องมาเสียดายอีก ถ้าราคาคุ้มค่ากับการใช้งาน ก็กดสั่งซื้อได้เลย ไม่ต้องคิดมาก
แต่ก็อย่าซื้อแบบไม่ได้คิดอะไรเลยนะ ให้ใช้เวลาอ่านรีวิว เปรียบเทียบสเปก และถามตัวเองว่าจะใช้บ่อยหรือเปล่า ถ้าตอบได้ว่า “ใช่ เราจะใช้บ่อย” ก็ซื้อไปเลย
สรุป – เลือกให้ตรงใจ แล้วใช้ให้คุ้มค่า
เตาย่างไฟฟ้าไม่ได้มีแค่เรื่องราคาถูก-แพง แต่มันเกี่ยวกับว่าเราจะเอาไปใช้ยังไง และมันตอบโจทย์ชีวิตเราจริงหรือเปล่า ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว น่าจะพอเห็นภาพชัดขึ้นว่าควรเลือกแบบไหน
อย่าลืมนะครับว่า ของดีไม่ได้หมายความว่าต้องแพงที่สุด แต่ของดีคือของที่ใช้แล้วคุ้มค่า ใช้บ่อย และทำให้ชีวิตเราสะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบบเล็ก ๆ สำหรับคอนโด หรือแบบใหญ่สำหรับครอบครัว
ลองดูจากสิ่งที่คุณใช้บ่อยที่สุด ดูจากพื้นที่ที่มี แล้วเลือกให้คุ้มที่สุดกับสไตล์ของคุณก็พอ ไม่ต้องไปตามใครหรือตามเทรนด์ เพราะของที่ดีที่สุดคือของที่คุณใช้จริง ๆ
พอได้เตาที่ใช่แล้ว รับรองเลยว่าคุณจะได้ใช้มันบ่อยมาก ไม่ใช่แค่ซื้อมาวางทิ้งแล้วเสียดายเงิน และที่สำคัญคือ คุณจะได้มื้ออาหารอร่อย ๆ กับคนที่คุณรักได้ทุกเมื่อที่ต้องการ นี่แหละคือความคุ้มค่าที่แท้จริงครับ!






