Home ช็อปปิ้งรีวิวแนะนำ 5 อันดับ เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

รีวิวแนะนำ 5 อันดับ เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

by admin
A+A-
Reset

สำหรับใครที่กำลังดูแลสุขภาพรวมไปถึงการควบคุมน้ำหนัก อีกหนึ่งตัวช่วยที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือเครื่องชั่งน้ำหนักนั่นเอง แต่ในบางครั้งเครื่องชั่งน้ำหนักแบบที่เป็นสเกลปกติธรรมดาก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของการดูแลสุขภาพและการควบคุมน้ำหนักสักเท่าไหร่นัก หลายคนจึงหันมาเลือกใช้เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลที่สามารถทราบตัวเลขได้แน่นอน นอกจากนี้เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลบางรุ่นก็ยังมีฟังก์ชั่นอื่น ๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามาสำหรับช่วยในการควบคุมน้ำหนักและการดูแลสุขภาพมาให้ด้วย ดังนั้นวันนี้เราจึงมีเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลที่น่าสนใจมาให้เลือกดูด้วยกันถึง 5 รุ่นเลยทีเดียว

1. เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล เครื่องชั่งวัดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย TANITA รุ่น UM-070

เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล เครื่องชั่งวัดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย TANITA รุ่น UM-070 ยี่ห้อไหนดี


ให้การดูแลสุขภาพและการควบคุมน้ำหนักของคุณเป็นเรื่องง่าย ๆ ด้วยเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลจากTanitaInnerScanที่มาพร้อมกับดีไซน์เรียบง่ายสวยงามใช้งานง่ายในราคาไม่แพง

  • สามารถชั่งน้ำหนักได้สูงสุด 150 กิโลกรัม
  • ความละเอียดของน้ำหนัก100 กรัม (แสดงจุดทศนิยม 1 ตำแหน่ง)
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 27.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ถ่านAA จำนวน 4 ก้อน
  • รับประกันตัวเครื่องนาน3 ปี
  • ข้อดี

  • มีฟังก์ชันสำหรับวัดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย (Body Fat Percentage)
  • การวัดเปอร์เซ็นต์รวมของน้ำในร่างกาย (Total Body Water)
  • โหมดการชั่งน้ำหนักโดยที่ไม่ต้องบันทึกค่า โหมดนักกีฬา
  • สามารถบันทึกข้อมูลส่วนตัวของผู้ชั่งน้ำหนักได้สูงสุดถึง 4 คน
  • สามารถเปิดการทำงานของเครื่องได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ใช้เท้าแตะปุ่มเปิด

 

2. เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล Beurer รุ่น GS-58

เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล  Beurer รุ่น GS-58 ยี่ห้อไหนดี


เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบคู่ที่มีให้ดูทั้งแบบ Analog และ Digital ดีไซน์สุดเท่ด้วยการออกแบบให้มีลักษณะเป็นวงกลมคล้ายกับมาตรวัดความเร็วในรถยนต์และเล่นลวดลายบริเวณที่เหยียบดูสวยงามทันสมัย พร้อมไฟส่องสว่างสีขาวที่หน้าจอเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนแม้ในที่มีแสงสว่างน้อย

  • สามารถชั่งน้ำหนักได้สูงสุด 180 กิโลกรัม
  • ความละเอียดของน้ำหนัก100 กรัม (แสดงจุดทศนิยม 1 ตำแหน่ง)
  • ขนาดตัวเลข 26 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ถ่านAAA ขนาด 1.5 V จำนวน 3 ก้อน
  • รับประกันตัวเครื่องนาน5 ปี
  • ข้อดี

  • พื้นผิวที่ยืนทำจากกระจกนิรภัย แข็งแรงสวยงาม
  • มีฟังก์ชั่นปลุก ฟังก์ชั่นเตือน (ปลุกหลังจาก 24 ชั่วโมง)
  • เทคโนโลยีการเปิดเครื่อง Quick Start และปิดเครื่องโดยอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งาน
  • จอแสดงผลคู่ที่แสดงผลได้ทั้งแบบอนาล็อกและดิจิตอลพร้อมไฟส่องสว่างหน้าจอสีขาวที่ทันสมัย มองเห็นได้ชัดเจนแม้ในที่มืด

 

3. เครื่องชั่งน้ำหนักบุคคลแบบดิจิตอล เครื่องวัดองค์ประกอบในร่างกาย TANITA รุ่น Build Pack BC-G11

เครื่องชั่งน้ำหนักบุคคลแบบดิจิตอล เครื่องวัดองค์ประกอบในร่างกาย TANITA รุ่น Build Pack BC-G11 ยี่ห้อไหนดี


เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลที่มาพร้อมดีไซน์สุดเท่ทันสมัย โดยได้รับการออกแบบฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ มาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่อยากสร้างซิกแพคและกล้ามเนื้อที่สวยงามกันโดยเฉพาะ โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่มีความทันสมัยพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน

  • สามารถชั่งน้ำหนักได้สูงสุด 150 กิโลกรัม
  • ความละเอียดของน้ำหนัก100 กรัม (แสดงจุดทศนิยม 1 ตำแหน่ง)
  • แบตเตอรี่ถ่านAA จำนวน 4 ก้อน
  • รับประกันตัวเครื่องนาน3 ปี
  • ข้อดี

  • ดีไซน์ทันสมัย ฐานรองชั่งทำมาจากพลาสติกอย่างดี แข็งแรงทนทาน
  • มีฟังก์ชั่นสำหรับวัดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย (Body Fat Percentage) วัดมวลกล้ามเนื้อ (Muscle Mass)
  • และวัดสัดส่วนไขมันและกล้ามเนื้อ (Physical Rating)

  • สามารถบันทึกข้อมูลส่วนตัวได้สูงสุด5 คน

 

4. เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลออมรอน Body Weight Scale รุ่น HN-289

เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลออมรอน Body Weight Scale รุ่น HN-289 ยี่ห้อไหนดี


เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลที่มาพร้อมดีไซน์เรียบง่ายสวยหรูด้วยสีดำสนิทและรูปทรงที่เป็นสี่เหลี่ยมดูสวยงามทันสมัย มาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ที่มองตัวเลขเห็นได้อย่างชัดเจน แสดงผลได้แม่นยำยิ่งกว่าด้วยเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งมาให้ถึง 4 จุด

  • สามารถชั่งน้ำหนักได้สูงสุด 150 กิโลกรัม
  • ความละเอียดของน้ำหนัก100 กรัม (แสดงจุดทศนิยม 1 ตำแหน่ง)
  • แบตเตอรี่ถ่านกระดุม 3V (CR2032) จำนวน 1 ก้อน
  • รับประกันตัวเครื่องนาน2 ปี
  • ข้อดี

  • ดีไซน์สวยงาม เรียบง่ายทันสมัย แข็งแรง
  • แสดงผลน้ำหนักได้อย่างแม่นยำด้วยเทคโนโลยีความแม่นยำโดยใช้เซ็นเซอร์ 4 ตัว
  • เลือกหน่วยวัดได้ทั้งแบบ kg/lb/st
  • มีฟังก์ชั่นเปิด/ปิดอัตโนมัติ

 

5. เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล Xiaomi Mi Body Composition Scale 2

เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล Xiaomi Mi Body Composition Scale 2 ยี่ห้อไหนดี


เครื่องชั่งน้ำหนักวัดมวลไขมันอัจฉริยะรุ่น 2 จาก Xiaomi เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลสุดล้ำยอดนิยมในราคาเบา ๆ ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานครบครันที่สามารถทำการวัดน้ำหนักพร้อมกับวิเคราะห์ตัวเลขแล้วแสดงค่าข้อมูลของร่างกาย Body Composition พร้อมบันทึกสถิติของน้ำหนักและค่าต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชั่น Mi Fit บนสมาร์ทโฟน ให้การดูแลสุขภาพกลายเป็นเรื่องง่าย ๆ เพียงแค่ชั่งน้ำหนัก

  • สามารถชั่งน้ำหนักได้สูงสุด 150 กิโลกรัม
  • หน้าจอแสดงผลแบบ Hidden LED display
  • ความละเอียดของน้ำหนัก100 กรัม (แสดงจุดทศนิยม 1 ตำแหน่ง)
  • แบตเตอรี่ถ่าน AAA 4 ก้อน
  • รับประกันตัวเครื่องนาน2 ปี
  • ข้อดี

  • ดีไซน์เรียบง่าย สวยหรู ทันสมัย
  • มีโหมดการชั่งน้ำหนักแบบ Dynamic และ Static โดยสามารถวัดชั่งน้ำหนักบุคคล และชั่งน้ำหนักสิ่งของได้ภายในเครื่องเดียว
  • ใช้เซ็นเซอร์ G ที่มีความแม่นยำสูง จึงสามารถรับรู้การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักของร่างกายได้ตั้งแต่ในปริมาณ 50 กรัมได้
  • สามารถเลือกหน่วยวัดแบบ jin /kg /lbได้
  • ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0
  • ชิป BIA สามารถทำการตรวจวัดไขมัน วิเคราะห์และแสดงค่า Body Composition ผ่านแอปพลิเคชั่นMi Fit
  • สามารถใช้ได้ทั้ง IOS เวอร์ชั่น 9.0 และ android เวอร์ชั่น 4.4 ขึ้นไป ที่มี Bluetooth 4.0 ขึ้นไป
  • รองรับการจดจำข้อมูลของผู้ใช้งานได้สูงสุดถึง16 คน
  • มีฟังก์ชั่นเปิด/ปิดอัตโนมัติ

 

วิธีเลือกซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025

เคยมั้ยครับ ตื่นเช้ามายืนชั่งน้ำหนักแล้วเห็นตัวเลขกระโดดไปกระโดดมา หรือบางทีก็แสดงผลไม่ออกเลย พอเอาลงมาแล้วขึ้นใหม่ ตัวเลขก็เปลี่ยนไปอีก บอกเลยว่าเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลที่ไม่ดี มันทำให้เราเสียอารมณ์ตั้งแต่เช้าได้เลยทีเดียว

หลายคนอาจคิดว่าเครื่องชั่งน้ำหนักก็แค่ขึ้นไปยืน แล้วมันก็บอกเราว่าหนักเท่าไหร่ จะซับซ้อนอะไรกัน แต่จริงๆ แล้วการเลือกเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลที่ใช่ มันมีเรื่องให้คิดมากกว่าที่เราเห็นนะครับ

บางคนซื้อมาแล้วพบว่าแม่นยำไม่พอ บางคนก็เจอว่ากระจกแตกง่าย หรือบางคนก็พบว่าแบตหมดเร็วมาก จนต้องไปซื้อถ่านใหม่บ่อยจนเสียเงินเปล่า ปัญหาพวกนี้เกิดขึ้นได้ถ้าเราไม่รู้ว่าจะเลือกยังไง

วันนี้เราเลยอยากจะมาช่วยให้คุณเลือกเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลแบบรู้เรื่อง รู้ว่าอะไรสำคัญจริง อะไรเป็นแค่กลเม็ดการตลาด และที่สำคัญคือเลือกให้ตรงกับสไตล์การใช้งานของคุณมากที่สุด ไม่ใช่แค่ดูแบรนด์ดังแล้วก็ซื้อตาม เพราะของแพงไม่ได้แปลว่าเหมาะกับคุณเสมอไป

ทำไมต้องใส่ใจเรื่องการเลือกเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล

คนส่วนใหญ่มองว่าเครื่องชั่งน้ำหนักเป็นแค่อุปกรณ์เสริม แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราดูแลสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าเครื่องชั่งไม่แม่นยำ เราก็จะไม่รู้ว่าน้ำหนักของเราเป็นยังไงจริงๆ การลดหรือเพิ่มน้ำหนักก็จะวัดผลไม่ได้

แถมถ้าเครื่องใช้งานยาก หรือแสดงผลไม่ชัด เราก็จะขี้เกียจชั่ง พอขี้เกียจก็เลิกติดตามน้ำหนัก สุดท้ายเครื่องก็กลายเป็นของวางโชว์ที่มุมห้องน้ำไปอย่างนั้นเลย

5 สิ่งที่ต้องดูก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล

1. ความแม่นยำคือเรื่องสำคัญอันดับแรก

เรื่องแรกที่ต้องดูเลยคือความแม่นยำ เพราะถ้าเครื่องชั่งไม่แม่น คุณก็จะไม่รู้ว่าน้ำหนักจริงของคุณคือเท่าไหร่ เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลที่ดีควรมีความแม่นยำอยู่ที่ประมาณ 0.1 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานในบ้านแล้ว

อย่าลืมว่าความแม่นยำจะดีได้ก็ต่อเมื่อเราใช้มันอย่างถูกวิธีด้วย เช่น ตั้งเครื่องบนพื้นราบ ไม่ใช่พื้นที่เป็นพรม และขึ้นชั่งตอนเช้าหลังตื่นนอน ก่อนดื่มน้ำหรือกินข้าว เพราะถ้าขึ้นชั่งหลังกินข้าว น้ำหนักก็จะเพิ่มขึ้นตามปริมาณอาหารที่เรากิน

2. น้ำหนักสูงสุดที่รับได้ ต้องเหมาะกับคนในบ้าน

เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลแต่ละรุ่นจะรับน้ำหนักได้ไม่เท่ากัน บางรุ่นรับได้แค่ 120 กิโลกรัม บางรุ่นรับได้ถึง 180 กิโลกรัม ถ้าคุณหรือคนในบ้านมีน้ำหนักเกิน 120 กก. ก็ต้องเลือกรุ่นที่รับน้ำหนักได้สูงกว่า ไม่เช่นนั้นเครื่องอาจแสดงผลผิดพลาดหรือเสียหายได้

เรื่องนี้สำคัญมากเพราะถ้าเราซื้อมาแล้วไม่ได้ดูน้ำหนักสูงสุดที่รับได้ พอใช้งานจริงแล้วเกินขีดจำกัด มันก็จะเสียเปล่าๆ

3. หน้าจอแสดงผลต้องชัดเจน อ่านง่าย

หน้าจอแสดงผลเป็นอีกส่วนที่สำคัญมาก เพราะถ้าหน้าจอเล็กเกินไป หรือตัวเลขไม่ชัด เราก็จะอ่านยาก โดยเฉพาะคนที่สายตาไม่ค่อยดีหรือผู้สูงอายุ ควรเลือกเครื่องที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ ตัวเลขชัดเจน และมีแบ็คไลท์ด้วยจะดีมาก

บางรุ่นมีหน้าจอ LED ที่สว่างพอดี อ่านง่ายแม้ในห้องที่แสงน้อย ซึ่งจะช่วยให้เราไม่ต้องก้มลงไปมองใกล้ๆ หรือเอาเครื่องชั่งไปไว้ตรงที่มีแสงเพื่อดูตัวเลข

4. วัสดุและความทนทาน ไม่อยากให้แตกง่าย

เครื่องชั่งน้ำหนักส่วนใหญ่จะมีพื้นผิวเป็นกระจกนิรภัยหรือพลาสติก ถ้าเป็นกระจกนิรภัย มันจะดูดีและทำความสะอาดง่าย แต่ก็มีโอกาสแตกถ้าเราทำตกหรือวางของหนักๆ ลงไป ส่วนพลาสติกจะทนทานกว่า แต่อาจเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย

แนะนำให้เลือกแบบที่มีความหนาพอสมควร และมีขอบยางรองรับด้วย เพราะจะช่วยลดแรงกระแทกเวลาวางลงพื้น และยังไม่ลื่นเวลาเราเหยียบขึ้นไปด้วย

5. แบตเตอรี่หรือถ่าน ใช้นานแค่ไหน

เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลมี 2 แบบหลักๆ คือแบบใช้ถ่านและแบบชาร์จไฟได้ ถ้าเป็นแบบใช้ถ่าน ควรเลือกรุ่นที่ประหยัดไฟ ใช้ถ่านได้นาน 6-12 เดือน เพราะถ้าใช้ถ่านหมดเร็ว เราก็ต้องเสียเงินซื้อถ่านใหม่บ่อยๆ

ส่วนแบบชาร์จไฟได้ อาจะสะดวกกว่า แต่ราคาก็จะแพงขึ้นหน่อย และต้องจำไว้ว่าต้องชาร์จเป็นประจำ ไม่เช่นนั้นพอจะใช้งานก็อาจจะแบตหมดพอดี

เลือกเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณ

สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก หรือเพิ่มกล้าม

ถ้าคุณเป็นคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักอย่างจริงจัง แนะนำให้เลือกเครื่องชั่งที่มีฟังก์ชันวิเคราะห์ร่างกาย เช่น วัดเปอร์เซ็นต์ไขมัน มวลกล้ามเนื้อ ระดับน้ำในร่างกาย และอื่นๆ เครื่องแบบนี้จะช่วยให้คุณติดตามความคืบหน้าได้ละเอียดมากขึ้น

แถมบางรุ่นสามารถเชื่อมต่อกับแอปในมือถือได้ บันทึกข้อมูลอัตโนมัติ แล้วดูกราฟการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักและค่าต่างๆ ได้ตลอดเวลา เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบดูสถิติและวางแผนการลดน้ำหนักหรือเพิ่มกล้ามแบบละเอียด

สำหรับครอบครัวที่มีหลายคน

ถ้าบ้านคุณมีหลายคนใช้เครื่องชั่งร่วมกัน แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีระบบจดจำผู้ใช้งานหลายคน เครื่องจะจำข้อมูลของแต่ละคนไว้ แล้วแสดงผลตามคนที่ขึ้นชั่ง ทำให้ไม่ต้องมานั่งแยกว่าน้ำหนักของใครเป็นของใคร

อีกทั้งควรเลือกรุ่นที่รับน้ำหนักได้สูง และวัสดุทนทาน เพราะถ้าใช้บ่อยมาก เครื่องก็จะสึกหรอเร็วขึ้น การเลือกเครื่องที่แข็งแรงจะช่วยให้ใช้ได้นานกว่า

สำหรับคนที่ชอบความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน

ถ้าคุณแค่อยากรู้ว่าน้ำหนักตัวเองเท่าไหร่ ไม่ต้องการฟีเจอร์อะไรมากมาย ก็เลือกเครื่องชั่งแบบธรรมดาที่แสดงแค่น้ำหนักได้เลย ราคาจะถูกกว่า ใช้งานง่าย และไม่ยุ่งยาก

แบบนี้เหมาะกับคนที่ไม่ได้ติดตามน้ำหนักบ่อยมาก หรือไม่ได้มีเป้าหมายการลดน้ำหนักที่ชัดเจน แค่อยากรู้ว่าน้ำหนักตัวเองเป็นยังไงบ้าง ไม่ต้องการข้อมูลอะไรเพิ่ม

เช็คลิสต์ก่อนซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล

ก่อนจะกดสั่งซื้อ ลองเช็คตามนี้ดูนะครับว่าตอบโจทย์หรือยัง:

  • ความแม่นยำ – สามารถวัดได้แม่นยำถึง 0.1 กิโลกรัมหรือไม่
  • น้ำหนักสูงสุด – รับน้ำหนักได้ตรงกับคนที่จะใช้หรือเปล่า
  • หน้าจอ – อ่านตัวเลขง่าย ชัดเจน มีแบ็คไลท์ไหม
  • วัสดุ – แข็งแรง ทนทาน ไม่แตกหรือเสียง่าย
  • ฟังก์ชันพิเศษ – ต้องการวัดเปอร์เซ็นต์ไขมันหรือไม่
  • เชื่อมต่อแอป – อยากให้ซิงค์ข้อมูลกับมือถือไหม
  • แบตเตอรี่ – ใช้ถ่านหรือชาร์จไฟ อายุการใช้งานยาวแค่ไหน
  • ราคา – คุ้มค่ากับฟีเจอร์ที่ได้หรือไม่

ข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นเวลาเลือกซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล

1. มองแค่ราคาถูก แล้วไม่ดูคุณภาพ

หลายคนเลือกซื้อเครื่องชั่งแค่ดูราคาว่าถูก แล้วก็กดซื้อทันที แต่พอใช้งานจริงกลับพบว่าความแม่นยำไม่ดี หรือใช้ได้ไม่นาน เสียเงินไปแล้วต้องไปซื้อใหม่อีก สุดท้ายก็เสียเงินมากกว่าเดิม

การเลือกซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล ควรดูความคุ้มค่ามากกว่าราคาถูก คือต้องดูว่าราคาที่จ่ายไปตรงกับคุณภาพและอายุการใช้งานหรือไม่

2. เลือกฟีเจอร์มากเกินความจำเป็น

บางคนตื่นเต้นกับฟีเจอร์ต่างๆ เลยซื้อเครื่องที่มีฟังก์ชันเยอะแยะ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้เลย แค่ขึ้นไปชั่งดูน้ำหนักแล้วก็ลง ฟังก์ชันอื่นๆ ก็ปล่อยทิ้งไว้ ซึ่งก็เสียเงินไปกับฟีเจอร์ที่ไม่ได้ใช้

ลองคิดดูก่อนว่าเราต้องการอะไรจริงๆ ถ้าแค่อยากรู้น้ำหนัก ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อแบบที่วัดไขมัน วัดกล้าม เชื่อมแอป แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบดูสถิติ ชอบวางแผน ก็ควรเลือกแบบที่มีฟีเจอร์เหล่านี้

3. ไม่สนใจเรื่องการรับประกัน

เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดมีโอกาสเสียได้ การมีการรับประกันจะช่วยให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น ถ้าเครื่องเสียภายในระยะเวลารับประกัน เราก็สามารถส่งซ่อมหรือเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม

พยายามเลือกเครื่องที่มีการรับประกันอย่างน้อย 1 ปี และดูว่าศูนย์บริการอยู่ที่ไหน สะดวกในการติดต่อหรือไม่

เคล็ดลับการใช้งานเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลให้คุ้มค่าและอายุยืน

ซื้อเครื่องชั่งมาแล้ว ก็อยากให้มันใช้ได้นานๆ ใช่มั้ยครับ ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ดูนะ:

  • ตั้งเครื่องบนพื้นราบ – อย่าวางบนพรมหรือพื้นที่ไม่เรียบ จะทำให้การวัดไม่แม่นยำ
  • ทำความสะอาดเป็นประจำ – เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำบิดหมาด อย่าใช้น้ำยาทำความสะอาดที่รุนแรง
  • เก็บไว้ในที่แห้ง – ความชื้นอาจทำให้วงจรภายในเสียหายได้
  • ชั่งน้ำหนักตอนเดียวกันทุกวัน – จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่แม่นยำ แนะนำให้ชั่งตอนเช้าหลังตื่นนอน
  • อย่าทำตกหรือกระแทกแรง – แม้จะเป็นกระจกนิรภัยก็อาจแตกได้ถ้าถูกกระแทกแรงเกินไป
  • เปลี่ยนถ่านเมื่อหมด – อย่าปล่อยให้ถ่านหมดค้างไว้นาน อาจทำให้เกิดสนิมภายใน

สรุปแล้ว เลือกเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลยังไง

การเลือกซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลให้คุ้มค่า ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่เข้าใจว่าเราต้องการอะไร แล้วเลือกให้ตรงกับการใช้งานจริง ไม่จำเป็นต้องไล่ตามฟีเจอร์ที่ไม่ได้ใช้ หรือเลือกแบรนด์แพงๆ ถ้ามันไม่ตอบโจทย์

จำไว้ว่าเครื่องชั่งที่ดีต้องแม่นยำ ทนทาน อ่านง่าย และเหมาะกับคนที่จะใช้ ถ้าเป็นคนที่ติดตามสุขภาพจริงจัง ก็เลือกแบบที่มีฟีเจอร์วิเคราะห์ร่างกาย แต่ถ้าแค่อยากรู้น้ำหนัก ก็เลือกแบบธรรมดาได้เลย ไม่ต้องเสียเงินเปล่ากับฟังก์ชันที่ไม่ได้ใช้

ลองกลับไปดูเช็คลิสต์ที่เราแชร์ให้อีกรอบ แล้วเลือกให้ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลที่ใช่ จะช่วยให้คุณติดตามสุขภาพได้อย่างสม่ำเสมอ และใช้งานได้นานหลายปี

ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว น่าจะพอเห็นภาพชัดขึ้นว่าตัวไหนเหมาะกับตัวเองที่สุด ลองเลือกดูตามสไตล์การใช้งานของคุณ แล้วคุณจะได้เครื่องชั่งที่ใช่สำหรับคุณแน่นอน

Related Articles