Home ช็อปปิ้งรีวิวแนะนำ 5 อันดับ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

รีวิวแนะนำ 5 อันดับ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

by admin
A+A-
Reset

โดยปกติแล้วเครื่องดูดฝุ่นที่เห็นกันอยู่โดยทั่วไปก็ยังคงไม่ค่อยสะดวกสบายในการใช้งานสักเท่าไหร่อยู่ดี เพราะไหนจะต้องหาปลั๊กเสียบ สายไฟที่ยาวเกะกะ ซึ่งก็ทำให้หลายคนรู้สึกไม่อยากใช้เครื่องดูดฝุ่นถ้าหากไม่มีความจำเป็น แต่ในวันนี้เรามี รีวิว 5 อันดับ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี 2021 ตัวช่วยทำความสะอาดบ้านที่ทั้งง่ายและสะดวกสบายไม่ต้องง้อสายเอามาฝากกัน

วิธีเลือกเครื่องดูดฝุ่นไร้สายให้เหมาะสมกับบ้านของคุณ

ในปัจจุบันก็ต้องบอกว่าเครื่องดูดฝุ่นไร้สายนั้นเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านที่มาแรงเลยทีเดียว เพราะทั้งมีน้ำหนักเบาและสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก ซึ่งในการเลือกเครื่องดูดฝุ่นไร้สายมาใช้งานก็ควรที่จะพิจารณาดังต่อไปนี้ก็คือ

1. ดูที่ฟังก์ชั่นการใช้งาน
จะซื้อเครื่องดูดฝุ่นไร้สายทั้งทีก็ควรจะต้องดูด้วยว่าสามารถใช้งานและปรับเปลี่ยนรูปแบบของการดูดฝุ่นได้อย่างหลากหลายมากแค่ไหน การเลือกเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่สามารถดูดฝุ่นในพื้นที่ที่มีความแตกต่างกันรวมไปถึงหัวดูดและด้ามจับที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว

2. มีกำลังดูดที่แรงพอหรือไม่
เพราะที่พื้นไม่ได้มีเพียงแค่ฝุ่นเพียงอย่างเดียว อาจจะมีทั้งเศษขยะ เส้นผม เศษอาหาร ซึ่งถ้าหากเครื่องดูดฝุ่นมีกำลังดูดแรงไม่พอก็จะไม่สามารถทำความสะอาดพื้นได้ดีเท่าที่ควร และยังทำให้เปลืองเวลาในการทำความสะอาดมากขึ้นอีกด้วย

3. แบตเตอรี่ใช้งานได้นานแค่ไหน
แน่นอนว่าเครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สายก็จำเป็นต้องใช้แหล่งพลังงานจากแบตเตอรี่ที่อยู่ในตัว ซึ่งก็ต้องดูว่าในการทำความสะอาดครั้งหนึ่งของบ้านคุณนั้นมีพื้นที่มากแค่ไหน เพราะถ้าหากมีพื้นที่ในการทำความสะอาดค่อนข้างมากก็ควรที่จะเลือกใช้เครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ แต่ทั้งนี้ยิ่งเครื่องดูดฝุ่นไร้สายมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่มากเท่าไหร่สิ่งที่ตามมาด้วยก็คือน้ำหนักของตัวเครื่องที่เพิ่มมากขึ้นด้วยนั่นเอง

4. อย่าลืมดูบริการหลังการขาย
แน่นอนว่าเครื่องดูดฝุ่นไร้สายก็เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ซึ่งก็อาจมีการชำรุดหรือพังเสียหายเกิดขึ้นได้ในการใช้งาน จึงควรเลือกแบบที่มีบริการหลังการขายหรือมีประกันมาให้

1. Dyson เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย V11™ Absolute+

Dyson เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย V11™ Absolute+ ยี่ห้อไหนดี


มาเริ่มกันที่เครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่ทรงพลังและชาญฉลาดที่สุดของ Dyson ปฏิวัติการทำความสะอาดให้กับบ้านของคุณด้วยมอเตอร์ที่ทรงพลังและเสียงการทำงานที่เงียบ พร้อมหัวดูดที่หลากหลายทำความสะอาดได้ทุกซอกทุกมุมของบ้านและ 3 โหมดทำความสะอาดที่ทรงพลังไม่ว่าจะเป็นโหมดอัตโนมัติ โหมดแรงพิเศษ และโหมด Eco สามารถทิ้งฝุ่นได้อย่างง่ายดายและจัดเก็บได้อย่างเรียบร้อยไม่เปลืองพื้นที่

  • ระยะเวลาใช้งานสูงสุด 60 นาที
  • มอเตอร์ระบบดิจิตอล V11 พร้อมแรงดูด 23AW (Eco), 45AW (Auto) และ 185AW (Boost)
  • อุปกรณ์เสริม 6 ชิ้น: หัวดูดมอเตอร์ขนาดเล็ก หัวดูดปากแคบ หัวดูด 2-in-1 แปรงปัดฝุ่นขนนุ่ม แปรงปัดฝุ่นฝังลึก และ Floor dock
  • สินค้ารับประกัน 2 ปี

 

2. Dyson เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย V8 Slim™ Fluffy

Dyson เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย V8 Slim™ Fluffy


ยังคงอยู่กันที่ Dyson เพราะแบรนด์นี้ของเขาดีจริง ๆ เครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่มีน้ำหนักเบาลงถึง 40% แต่ให้แรงดูดที่ทรงพลังและให้เสียงที่เงียบเหมือนเช่นเคย มี HEPA ฟิลเตอร์ด้านท้ายเครื่อง ช่วยกรองฝุ่นและดักจับสารก่อภูมิแพ้ในอากาศที่ออกจากเครื่องให้บริสุทธิ์ สามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน ช่วยให้คุณทำความสะอาดได้อย่างหมดจดล้ำลึกในทุกพื้นผิว

  • ระยะเวลาใช้งานสูงสุด 40 นาที
  • มอเตอร์ระบบดิจิตอล V8 พร้อมแรงดูด 19.5 แอร์-วัตต์ (โหมดปกติ) และ 115 แอร์-วัตต์ (โหมด Max)
  • อุปกรณ์เสริม 6 ชิ้น: หัวดูดมอเตอร์ขนาดเล็ก หัวดูดปากแคบ หัวดูด 2-in-1 แปรงปัดฝุ่นขนนุ่ม แปรงปัดฝุ่นฝังลึก และ Floor dock
  • สินค้ารับประกัน 2 ปี

 

3. Philips เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย รุ่น FC6409/01

Philips เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย รุ่น FC6409/01 ยี่ห้อไหนดี


แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่คู่บ้านคุณมาอย่างยาวนาน โดยในรุ่นนี้ก็เป็นเครื่องดูดฝุ่นที่สามารถทำได้ทั้งดูดฝุ่นและถูพื้นในขั้นตอนเดียว พร้อมเทคโนโลยี PowerCycloneให้ประสิทธิภาพการดูดฝุ่นที่ดียิ่งขึ้น หัวดูด TriActive Turbo ประสิทธิภาพการดูดสูงสำหรับพื้นพรมพร้อมแผ่นกรอง 3 ชั้นเทคโนโลยีจากเยอรมันสำหรับดักจับอนุภาคขนาดเล็ก ใช้สะดวกน้ำหนักเบาพร้อมแผ่นผ้าถูพื้นไมโครไฟเบอร์ที่สามารถทำความสะอาดพื้นผิวได้เป็นอย่างดี

  • แบตเตอรี่ลิเธียม 25.2V พลังสูงทำความสะอาดได้นานถึง 1 ชั่วโมง
  • ไม่มีถุงเก็บฝุ่น สามารถเช็ดฝุ่นออกจากถังเก็บฝุ่นได้โดยตรง ถึงไม่สัมผัสกับสิ่งสกปรก
  • ด้ามจับเพื่อการดูดฝุ่นเฟอร์นิเจอร์และซอกมุมที่ยากต่อการเข้าถึง พร้อมหัวแปลงที่สามารถทำความสะอาดพื้นผิวทั้งพื้นแข็งและพื้นนุ่ม
  • สินค้ารับประกัน 1 ปี

 

4. Electrolux เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย รุ่น PQ92-3EMF

Electrolux เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย รุ่น PQ92-3EMF ยี่ห้อไหนดี


อีกหนึ่งแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไว้ใจได้ในเรื่องคุณภาพ มาพร้อมความสามารถทั้งดูดฝุ่นและกรองฝุ่นได้ละเอียดถึง 0.3 ไมครอน ให้พลังดูดที่แรงแต่ทำงานได้อย่างเงียบเชียบ สามารถปรับแรงดูดได้ 3 ระดับ พลังดูดเต็มกำลังสม่ำเสมอตลอดการทำความสะอาดแม้จะมีฝุ่นผงใกล้เต็มกล่องเก็บฝุ่นก็ตาม

  • ใช้งานได้นานต่อเนื่อง(Hi/Mid/Lo) 15/25/53 นาที
  • กำลังไฟแบตเตอรี่ HDLi-Ion 25.2V, 2100mAh
  • แสดงไฟ LED ที่หัวดูดฝุ่นขณะใช้งานใช้สะดวกในที่มืด
  • สินค้ารับประกัน 2 ปี

 

5. DIBEA เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย รุ่น F20 MAX Plus

DIBEA เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย รุ่น F20 MAX Plus ยี่ห้อไหนดี


เครื่องดูดฝุ่นไร้สายราคาเบา ๆ ที่สามารถใช้ได้ทั้งพื้นแข็งและพรมพร้อมแรงดูดที่ปรับได้ 3 ระดับ มาพร้อมถังเก็บฝุ่นขนาดใหญ่ไส้กรองล้างน้ำได้ ให้แรงดูดสูงขึ้นถึง 60 เปอร์เซ็นต์และมอเตอร์ที่สามารถใช้งานได้ทนทานมากยิ่งขึ้นพร้อมนวัตกรรมระบบไซโคลน พร้อมระบบกรองฝุ่นที่แยกฝุ่นหยาบและฝุ่นละเอียดเพื่อให้การทำความสะอาดเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถใช้งานทั้งแบบถือและด้ามจับได้อย่างสะดวก

  • ใช้งานได้นานต่อเนื่อง(Hi/Mid/Lo) 15/25/53 นาที
    • ระยะเวลาทำงานสูงสุด 60 นาที (eco mode)
    • กำลังไฟแบตเตอรี่ 2000mAh Li-ion battery
    • หัวดูดหลากหลายเหมาะสำหรับทุกสถานการณ์
    • สินค้ารับประกัน 1 ปี

     

    วิธีเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นไร้สายให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025

    เคยมั้ยครับที่ซื้อเครื่องดูดฝุ่นมาแล้วใช้ไปสักพัก แล้วรู้สึกว่า “เอ๊ะ ทำไมมันไม่ใช่แบบที่คิดไว้เลย” บางคนซื้อมาแล้วสายสั้น ต้องเสียบปลั๊กตามไปทุกห้อง บางคนก็ซื้อตัวไร้สายมาแล้ว แต่แบตหมดไวจนดูดไม่ทันเสร็จเลย แถมยังหนักจับถือไปด้วยนะ

    จริงๆ แล้วปัญหาพวกนี้เกิดจากเราไม่ได้เลือกให้ตรงกับการใช้งานจริงของตัวเอง มันไม่ใช่แค่เรื่องแบรนด์ดังหรือราคาแพงเท่านั้น แต่มันคือการเลือกให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเรามากกว่า คนที่อยู่คอนโดเล็กๆ กับคนที่บ้านสองชั้น ย่อมใช้เครื่องดูดฝุ่นแบบไม่เหมือนกันใช่มั้ยครับ

    ผมเคยพลาดมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นซื้อเครื่องดูดฝุ่นไร้สายยี่ห้อหนึ่งมา คิดว่าเจ๋งดี เพราะดีไซน์สวย ราคาโอเค แต่พอใช้จริงถึงรู้ว่า แบตอึดแค่ 15 นาที ในขณะที่บ้านผมมี 3 ห้องนอน ต้องชาร์จซ้ำถึง 2 รอบถึงจะดูดเสร็จทั้งบ้าน เสียเวลามากๆ เลยครับ

    เพราะงั้นวันนี้ผมเลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ให้ทุกคนได้รู้วิธีเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่คุ้มค่าจริงๆ ไม่ใช่แค่ดูสเปกแล้วซื้อมั่วๆ แต่เป็นการเลือกแบบ “จับมือทำ” ที่เอามาใช้งานได้จริงกับชีวิตคุณ ไม่ว่าจะเป็นคนอยู่คอนโดคนเดียว หรือครอบครัวใหญ่ที่มีลูกเล็กกับสัตว์เลี้ยง บทความนี้ตอบโจทย์ให้ครับ

    ก่อนจะซื้อ รู้จัก “ตัวเอง” ให้ดีก่อน

    หลายคนมักจะเริ่มจากการถาม “เครื่องดูดฝุ่นไร้สายยี่ห้อไหนดี” ทันที แต่จริงๆ แล้วคำถามแรกที่ควรถามตัวเองคือ “ผมใช้งานยังไง บ่อยแค่ไหน และที่บ้านผมเป็นยังไง” เพราะการรู้จักตัวเองก่อนจะช่วยให้เลือกเครื่องได้ตรงโจทย์มากกว่าครับ

    ขนาดบ้านและพื้นที่ใช้งาน

    ถ้าคุณอยู่คอนโดห้องเดียวประมาณ 30-40 ตารางเมตร เครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่แบตอึดแค่ 20-30 นาทีก็พอแล้ว เพราะดูดทั้งห้องแล้วเสร็จไว ไม่ต้องเครื่องที่แรงหรือหนักเกินไป

    แต่ถ้าบ้านคุณใหญ่ สองชั้น มีห้องหลายห้อง หรือมีบันได คุณต้องเลือกแบบที่แบตอึดอย่างน้อย 40-60 นาทีขึ้นไป และควรเป็นแบบที่น้ำหนักเบา เพราะต้องยกขึ้นลงบันได หรือถือไปดูดหลายๆ ห้อง ถ้าเครื่องหนักมาก แขนคุณจะเมื่อยแน่นอน

    ชนิดพื้นผิวในบ้าน

    บ้านคุณเป็นพื้นไม้เกือบทั้งหมด หรือเป็นพื้นกระเบื้อง? มีพรมปูรึเปล่า? หัวดูดที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นผิวไม่เหมือนกันนะครับ ถ้าบ้านคุณมีหลายแบบ ควรเลือกเครื่องที่มาพร้อมหัวดูดหลายแบบ หรือหัวดูดที่ปรับได้หลายโหมด จะทำความสะอาดได้ครอบคลุมกว่า

    มีสัตว์เลี้ยงหรือเด็กเล็กไหม

    ถ้ามีแมว สุนัข หรือเด็กเล็กที่ชอบทำอะไรตกหล่น คุณต้องเจอกับขนสัตว์และเศษอาหารกระจายบ้านแน่นอน เครื่องดูดฝุ่นไร้สายสำหรับคนมีสัตว์เลี้ยงควรมีแรงดูดที่ดี และถังเก็บฝุ่นควรถอดล้างได้ง่าย เพราะคุณต้องทำความสะอาดบ่อยกว่าคนทั่วไป

    ใช้บ่อยแค่ไหน

    บางคนดูดฝุ่นทุกวัน บางคนดูดแค่สัปดาห์ละครั้ง ถ้าคุณเป็นคนใช้บ่อย เครื่องที่ชาร์จเร็วและแบตอึดจะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นเยอะ แต่ถ้าใช้นาน ๆ ครั้ง อาจไม่จำเป็นต้องเน้นเรื่องแบตมากขนาดนั้น

    สเปกที่ต้องดู แต่อย่าให้มันหลอกคุณ

    ตอนเราดูเครื่องดูดฝุ่นไร้สายในร้าน หน้าเว็บ หรือในโบรชัวร์ จะเจอตัวเลขเยอะแยะมากมาย แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้สำคัญทุกตัวนะครับ บางตัวเลขดูดีมาก แต่พอใช้จริงอาจไม่ได้สะท้อนประสบการณ์ที่แท้จริง มาดูกันว่าควรดูอะไร และอันไหนที่อาจจะเป็นกลเม็ดการตลาด

    กำลังดูด (Suction Power)

    ส่วนใหญ่ร้านจะเขียนเป็น Pa (Pascal) หรือ AW (Air Watt) ยิ่งเลขสูง แรงดูดก็แรงขึ้น แต่อย่าคิดว่าแรงดูดสูงสุด = ใช้งานได้ดีที่สุด เพราะบางเครื่องแรงดูดสูงมาก แต่เสียงดังมากด้วย หรือกินแบตเร็วจนใช้ไม่นาน

    สำหรับบ้านทั่วไป แรงดูดประมาณ 100-150 AW หรือ 15,000-20,000 Pa ก็เพียงพอแล้วครับ ถ้ามีพรมหนาหรือสัตว์เลี้ยง อาจต้อง 150 AW ขึ้นไป แต่ถ้าแค่บ้านทั่วไป พื้นไม้หรือกระเบื้อง ไม่จำเป็นต้องไล่ตามแรงดูดสูงสุดครับ

    อายุแบตเตอรี่

    นี่สำคัญมาก! เครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่ดีต้องให้คุณดูดทั้งบ้านได้โดยไม่ต้องชาร์จกลางคัน แต่ระวังนะ บางแบรนด์จะบอกแบตอึดได้ 60 นาที แต่นั่นคือโหมดประหยัดพลังงาน ที่แรงดูดต่ำสุด ถ้าเปิดโหมดปกติหรือ Max แบตอาจอึดแค่ 15-20 นาทีเอง

    เลยแนะนำว่าให้ดูว่า “ในโหมดปกติ” แบตอึดนานแค่ไหน มากกว่าดูแค่เลขที่สูงสุด แล้วคิดดูว่าบ้านคุณใช้เวลาดูดนานเท่าไหร่ ถ้าดูดเสร็จประมาณ 25 นาที ก็เลือกเครื่องที่แบตอึดอย่างน้อย 30-35 นาที ให้มีเผื่อไว้หน่อย

    เวลาชาร์จ

    บางเครื่องแบตอึดนาน แต่ชาร์จนาน 5-6 ชั่วโมงเลย ถ้าคุณเป็นคนใช้บ่อย แล้วลืมชาร์จไว้ล่วงหน้า อาจจะต้องรอนาน ๆ กว่าจะใช้ได้อีกครั้ง

    เครื่องที่ดีควรชาร์จเต็มภายใน 3-4 ชั่วโมง หรือถ้ามีระบบชาร์จเร็ว ยิ่งดี สามารถชาร์จไว 10-15 นาที แล้วใช้ต่อได้ทันที

    น้ำหนักเครื่อง

    อย่ามองข้ามเรื่องนี้เลยครับ เพราะคุณต้องถือเครื่องนี้ไปดูดทั่วบ้าน ถ้าหนักเกิน 2.5-3 กิโลกรัม แขนคุณจะเมื่อยแน่ๆ โดยเฉพาะถ้าต้องยกขึ้นลงบันได หรือดูดเพดาน มุมสูง

    ถ้าเป็นได้ ควรเลือกแบบที่น้ำหนักไม่เกิน 2.5 กิโลกรัม และน้ำหนักควรกระจายตัวดี ไม่หนักหัวเครื่องหรือท้ายเครื่องจนเอียง เวลาถือจะได้สบายมือ

    ขนาดถังเก็บฝุ่น

    ถ้าบ้านเล็ก หรือดูดฝุ่นบ่อย ถังขนาด 0.5-0.6 ลิตรก็พอใช้ได้ แต่ถ้าบ้านใหญ่ หรือมีสัตว์เลี้ยงที่ขนร่วงเยอะ ควรมีถังใหญ่กว่า 0.8 ลิตรขึ้นไป ไม่งั้นต้องเทฝุ่นบ่อยมาก รำคาญครับ

    หัวดูดและอุปกรณ์เสริม สำคัญกว่าที่คิด

    หลายคนมักจะมองข้ามเรื่องหัวดูด แต่จริงๆ แล้วมันเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้การใช้งานสะดวกหรือลำบาก เพราะหัวดูดคือส่วนที่สัมผัสพื้นโดยตรง ถ้าหัวไม่เหมาะกับพื้นผิวในบ้าน หรือไม่มีหัวสำรองให้เปลี่ยน ก็ทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง

    หัวดูดหลักที่ควรมี

    • หัวดูดพื้นหลัก: มักจะกว้างและมีแปรงหมุน เหมาะกับพื้นไม้ พื้นกระเบื้อง หรือพรมขนสั้น ถ้าหัวดูดมีไฟ LED ส่องข้างหน้าด้วยจะดียิ่งขึ้น เพราะจะเห็นฝุ่นตามมุมมืดชัดกว่า
    • หัวดูดแบบแคบ (Crevice Tool): สำหรับดูดฝุ่นตามซอกแคบ เช่น ตามขอบผนัง ร่องโซฟา หรือใต้เฟอร์นิเจอร์ บางคนอาจคิดว่าไม่สำคัญ แต่พอใช้จริงจะรู้ว่ามันเอาไว้ดูดฝุ่นตามมุมที่หัวใหญ่เข้าไม่ถึง
    • หัวแปรงขนนุ่ม: เอาไว้ดูดผิวที่ละเอียด เช่น คีย์บอร์ด หน้าจอทีวี หรือโต๊ะทำงาน ไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วน
    • หัวสำหรับเฟอร์นิเจอร์: มีผ้าหุ้มหรือขนนุ่ม เอาไว้ดูดฝุ่นบนโซฟา เบาะรถยนต์ ม่าน หรือเสื้อผ้าได้ ถ้าคุณมีแมวหรือสุนัข หัวนี้จะเป็นเพื่อนซี้ของคุณ

    ระบบกรองและการดูแลรักษา

    เครื่องดูดฝุ่นไร้สายส่วนใหญ่ใช้ระบบกรอง HEPA (High-Efficiency Particulate Air) ที่กรองฝุ่นละเอียดได้ดี ช่วยลดอาการแพ้ฝุ่น เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องการหายใจหรือแพ้ง่าย

    แต่ระวังนะครับ ไส้กรองพวกนี้ต้องล้างหรือเปลี่ยนเป็นประจำ ถ้าไส้กรองอุดตัน แรงดูดจะลดลง และอาจทำให้มอเตอร์เสียหายได้ ก่อนซื้อลองเช็กดูว่า ไส้กรองเครื่องนี้ล้างได้หรือเปล่า หรือต้องซื้อไส้ใหม่ และราคาเท่าไหร่ เพราะถ้าไส้กรองแพง ค่าใช้จ่ายระยะยาวก็สูงขึ้นด้วย

    คำถามที่ควรถามตัวเองก่อนจ่ายเงิน

    มาถึงตรงนี้คุณน่าจะเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นว่าควรเลือกเครื่องแบบไหน แต่ก่อนจะกดซื้อจริงๆ ลองถามตัวเองตาม checklist นี้ดูนะครับ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมาก

    Checklist ก่อนตัดสินใจซื้อ

    • บ้านคุณกว้างกี่ตารางเมตร? ดูดทั้งบ้านใช้เวลานานเท่าไหร่?
    • ใช้งานบ่อยแค่ไหน? ทุกวัน หรือสัปดาห์ละครั้ง?
    • มีสัตว์เลี้ยงหรือเด็กเล็กไหม?
    • พื้นบ้านเป็นแบบไหน? ไม้, กระเบื้อง, พรม หรือผสมกัน?
    • ถือเครื่องนานๆ แขนเมื่อยง่ายไหม? (ถ้าใช่ ควรเลือกแบบเบา)
    • บ้านมีหลายชั้นไหม? (ถ้าใช่ ควรเลือกแบบน้ำหนักเบา)
    • แบตอึดนานพอสำหรับดูดทั้งบ้านไหม?
    • หัวดูดที่มาในกล่องเพียงพอกับการใช้งานของคุณไหม?
    • ไส้กรองล้างได้หรือต้องซื้อใหม่? ราคาเท่าไหร่?
    • มีศูนย์บริการในประเทศไหม? การรับประกันเป็นยังไง?
    • เสียงดูดดังแค่ไหน? ถ้าอยู่คอนโด เสียงดังอาจรบกวนเพื่อนบ้าน

    ข้อผิดพลาดที่คนมักทำตอนเลือกซื้อ

    ผมเคยพูดคุยกับเพื่อนหลายคนที่ซื้อเครื่องดูดฝุ่นไร้สายมาแล้วใช้ไม่นาน หรือใช้ไม่ถูก เลยสรุปข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมาให้ดูกันครับ ถ้าคุณหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้ คุณจะเลือกเครื่องที่ใช่มากขึ้นแน่นอน

    1. ตามแบรนด์ดังแต่ไม่ดูว่าเหมาะกับตัวเองไหม

    หลายคนเห็นแบรนด์ดัง หรือเพื่อนใช้ดี ก็ตามซื้อเหมือนกัน แต่ลืมไปว่าบ้านเพื่อนกับบ้านเราไม่เหมือนกัน เพื่อนอาจอยู่คอนโดห้องเดียว ใช้ดูดแป๊บเดียวก็เสร็จ แต่คุณอาจมีบ้านสองชั้น ต้องดูดนาน แบตอาจไม่พอ

    2. ดูแต่ราคาถูก ไม่ดูฟีเจอร์

    อีกกรณีหนึ่งคือคนที่มองแต่ราคาถูก คิดว่า “เครื่องดูดฝุ่นก็เหมือนกันหมด” แต่พอใช้จริงถึงรู้ว่า แบตหมดไว แรงดูดอ่อน หรือหัวดูดมีแค่อันเดียว ใช้งานไม่สะดวก จนเสียดายเงินที่ซื้อไป

    ถ้าจะประหยัด แนะนำให้เลือกแบรนด์ที่ไม่ดังมากแต่สเปกดี หรือรอโปรโมชั่นของแบรนด์ที่เชื่อถือได้ ดีกว่าไปซื้อของถูกมากแล้วใช้ไม่ได้ครับ

    3. ไม่ทดสอบความสมดุลและน้ำหนักก่อนซื้อ

    ถ้าซื้อจากหน้าร้าน ลองถือดู จับดู เดินไปมาสักหน่อย ดูว่าถือแล้วสบายมือไหม หนักเกินไปหรือเปล่า บางเครื่องดีทุกอย่างแต่น้ำหนักไม่สมดุล หัวเครื่องหนักมาก ถือไปซักพักแขนเมื่อยเลย

    4. ไม่อ่านรีวิวจริงจากผู้ใช้

    รีวิวจากคนใช้จริงสำคัญมากครับ ไปอ่านได้ทั้งในเว็บรีวิว กลุ่มเฟซบุ๊ก หรือในเว็บช็อปออนไลน์ ดูว่าคนใช้จริงบอกว่ายังไง โดยเฉพาะปัญหาที่เจออะไรบ้าง เช่น แบตเสื่อมเร็ว ไส้กรองอุดง่าย หรือศูนย์บริการห่วยแตก อะไรแบบนี้

    ทิปเพิ่มเติมสำหรับการใช้งานให้คุ้มค่า

    เอาละ ตอนนี้คุณน่าจะรู้แล้วว่าควรเลือกเครื่องแบบไหน แต่ถ้าอยากให้เครื่องอยู่กับคุณนานๆ และใช้งานได้คุ้มค่าจริงๆ มีอีกสองสามข้อที่อยากแชร์ให้ครับ

    ทำความสะอาดเครื่องสม่ำเสมอ

    อย่าลืมทำความสะอาดถังเก็บฝุ่นและไส้กรองเป็นประจำ ถ้าฝุ่นเต็มถัง แรงดูดจะลดลงทันที บางเครื่องมีระบบแจ้งเตือนว่าถังเต็มแล้ว ถ้ามีก็ดีมาก แต่ถ้าไม่มี ลองดูเองบ้างว่าฝุ่นเต็มหรือยัง อย่าปล่อยให้เต็มเกินไป

    ส่วนไส้กรอง ถ้าเป็นแบบล้างได้ ก็ล้างทุก 2-4 สัปดาห์ แล้วผึ่งให้แห้งสนิท ถ้าเป็นแบบต้องเปลี่ยน ก็เปลี่ยนตามคำแนะนำของผู้ผลิต โดยปกติคือทุก 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการใช้งาน

    ชาร์จแบตอย่างถูกวิธี

    อย่าชาร์จค้างไว้ทั้งคืนทุกวัน แบตบางชนิดอาจเสื่อมเร็วขึ้นได้ ควรชาร์จเต็มแล้วถอดออก หรือถ้าเครื่องมีระบบตัดไฟอัตโนมัติก็ไม่เป็นไร แต่อย่างไรก็ตามอย่าปล่อยให้แบตหมดจนเหลือ 0% บ่อยๆ เพราะจะทำให้อายุแบตสั้นลง

    ถ้าไม่ใช้งานนานๆ ควรชาร์จแบตให้อยู่ที่ 40-60% แล้วค่อยเก็บ อย่าเก็บตอนแบตเต็ม 100% หรือหมดเกลี้ยง เพราะจะทำให้แบตเสื่อมได้

    เก็บให้ถูกที่

    หลายคนซื้อเครื่องดูดฝุ่นไร้สายมาแล้ว ไม่รู้จะเก็บไว้ที่ไหน ลงเอยกับโยนไว้ที่มุมห้อง แล้วมันก็กลายเป็นเครื่องตกแต่งไปซะงั้น ถ้าเป็นไปได้ ควรหาที่แขวนหรือวางแบบที่หยิบใช้ง่าย เช่น แขวนไว้ในห้องเก็บของ หรือมุมห้องซักผ้า ใกล้กับปลั๊กไฟ จะได้ไม่ต้องแบกไปแบกมาหาที่ชาร์จ

    บางแบรนด์มาพร้อมที่แขวนติดผนัง ซึ่งดีมาก เพราะเก็บได้เป็นระเบียบ ชาร์จได้สะดวก และหยิบใช้ง่าย คุณจะรู้สึกว่าการใช้เครื่องดูดฝุ่นไม่ใช่ภาระอีกต่อไป

    ปิดท้าย

    จริงๆ แล้วการเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นไร้สายให้คุ้มค่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่มันต้องใช้เวลาคิดและดูรายละเอียดสักหน่อย อย่าเพิ่งรีบกดซื้อเพราะเห็นโปรโมชั่นหรือเพื่อนแนะนำ แต่ให้ดูว่าเครื่องนั้นตอบโจทย์การใช้งานของคุณจริงๆ หรือเปล่า

    ลองนึกถึงชีวิตประจำวันของคุณ คุณจะดูดฝุ่นเมื่อไหร่ บ่อยแค่ไหน บ้านคุณใหญ่หรือเล็ก พื้นเป็นแบบไหน มีสัตว์เลี้ยงไหม ทั้งหมดนี้คือปัจจัยที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

    สิ่งที่ผมอยากให้จำคือ เครื่องที่แพงที่สุดหรือดังที่สุดไม่ได้แปลว่าดีที่สุดสำหรับคุณเสมอไป บางทีเครื่องที่ราคาปานกลาง แต่มีฟีเจอร์ตรงกับการใช้งาน กลับคุ้มค่ากว่าเสียอีก เพราะคุณจะใช้มันได้อย่างเต็มที่ ไม่เสียดายเงินที่จ่ายไป

    ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว น่าจะพอเห็นภาพชัดขึ้นว่าควรเลือกเครื่องแบบไหน ลองเอาคำแนะนำและ checklist ที่ผมแชร์ไปเทียบดูกับตัวเลือกที่คุณสนใจ แล้วคุณจะเจอเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่ใช่สำหรับคุณเองแน่นอนครับ

  • Related Articles