Home ช็อปปิ้งรีวิวแนะนำ 7 อันดับ เครื่องชงกาแฟ เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

รีวิวแนะนำ 7 อันดับ เครื่องชงกาแฟ เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

by admin
A+A-
Reset

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบกาแฟ และกำลังมองหาเครื่องชงกาแฟคุณภาพดีมาไว้ในบ้าน ในสำนักงาน หรือแม้แต่เปิดร้านกาแฟขนาดเล็ก สิ่งที่ต้องพิจารณาคือฟังก์ชั่นการทำงานที่เหมาะสมกับความต้องการใช้งาน เครื่องชงกาแฟในปัจจุบันมีให้เลือกมากมายหลายแบบ ทั้งระบบทำงานอัตโนมัติ ที่สามารถกลั่น ชง หรือตีฟองนมได้ในเครื่องเดียว สามารถชงกาแฟได้เป็นปริมาณมาก หรือจะเป็นเครื่องชงกาแฟกึ่งอัตโนมัติที่ผู้ใช้งานสามารถควบคุมปริมาณกาแฟ ปริมาณน้ำได้เอง เพื่อสร้างสรรค์เมนูพิเศษเฉพาะตัว นอกจากนี้ก็ยังมีเครื่องชงกาแฟรุ่นเล็กที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว สามารถใช้งานได้ง่ายดาย เพียงแค่เติมน้ำและกาแฟคั่วบด เพียงเท่านี้เครื่องก็จะชงกาแฟถ้วยโปรดออกมาให้ได้อย่างรวดเร็ว

1. SKG เครื่องชงกาแฟสด 1050W 1.6ลิตร รุ่น SK-1203

SKG เครื่องชงกาแฟสด 1050W 1.6ลิตร รุ่น SK-1203 ยี่ห้อไหนดี

เครื่องชงกาแฟคุณภาพเยี่ยม ใช้งานได้ทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น ด้วยแรงดันน้ำที่เหมาะสมจึงสามารถกลั่นกาแฟออกมาเป็นครีมม่าได้สวยงามดูเป็นมืออาชีพอย่างยิ่ง มาพร้อมฟังก์ชั่นการทำงานที่ครบถ้วน สามารถชงได้ทั้งกาแฟและเครื่องดื่มร้อนถ้วยโปรดได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชา โกโก้ เพียงมีเครื่องชงกาแฟเพียงเครื่องเดียว ก็สามารถสร้างสรรค์เมนูได้มากมาย ฟังก์ชั่นการทำงานของเครื่องที่ใช้งานง่าย มีสัญลักษณ์บ่งบอกชัดเจน สามารถชงกาแฟได้มากถึงสองแก้วในเวลาเดียวกัน เครื่องชงกาแฟรุ่นนี้เหมาะสำหรับใช้ในบ้าน ในสำนักงาน หรือแม้กระทั่งเปิดร้านกาแฟขนาดเล็กก็สามารถทำได้ดีเลยทีเดียว

  • แรงดันไฟฟ้า 220-240 โวลท์/50 เฮิร์ตซ์
  • แรงดันน้ำ 15 บาร์
  • กำลังไฟฟ้า1,050 วัตต์
  • ความจุถังน้ำ 1.6 ลิตร
  • ขนาดตัวเครื่อง 32.5 x 33.5 x 34.2 ซม.
  • น้ำหนักเครื่อง 3.3 กก.
  • สายไฟยาว 100 ซม.
  • ชุดตีฟองนมปรับระดับด้วยลูกบิดปรับแรงดัน
  • ไฟแสดงสถานะการทำงาน
  • โหมด standby ประหยัดไฟ
  • เพลทอุ่นอุปกรณ์ด้านบน
  • ก้านชงมาตรฐาน
  • รับประกัน 1 ปี

ข้อดี

  • เครื่องร้อนเร็วใช้เวลาเตรียมเครื่องเพียง 1 นาที หลังจากเปิดเครื่อง
  • ฟังก์ชั่นการทำงานหลากหลาย ควบคุมง่ายด้วยการกดปุ่มตัวเลือกบนตัวเครื่อง
  • มีฟังก์ชั่นชงกาแฟได้พร้อมกันถึง 2 แก้ว
  • มีระบบตีฟองนมในตัว ปรับแรงดันได้หลายระดับสามารถตีฟองนมได้ละเอียด นุ่มนวล
  • มีอุปกรณ์เสริมครบถ้วน พร้อมชงกาแฟได้ทันที
  • ควบคุมการทำงานได้ด้วยตนเอง เพียงกดปุ่มแมนนวล
  • สายไฟยาวพอเหมาะ เคลื่อนย้ายได้สะดวก
  • ใช้ชงได้ทั้งกาแฟคั่วบดและกาแฟแบบพ็อดส์
  • ชงกาแฟได้หลายเมนู เทียบเท่าเครื่องชงกาแฟขนาดใหญ่
  • มีคู่มือภาษาไทย ภาษาอังกฤษ อ่านเข้าใจง่าย ทำตามได้จริง

 

2. Duchess เครื่องชงกาแฟสด รุ่น CM3000B

Duchess เครื่องชงกาแฟสด รุ่น CM3000B ยี่ห้อไหนดี

คอกาแฟต้องไม่พลาดเครื่องชงกาแฟสดระบบอัตโนมัติที่มีฟังก์ชั่นการทำงานครบถ้วน มีปุ่มฟังก์ชั่นที่สามารถหมุนปรับเลือกการใช้งานได้ด้วยตนเอง มาพร้อมชุดสตีมฟองนม ที่ใช้งานง่ายสามารถปรับระดับแรงดันเพื่อตีฟองนม ช่วยให้ตีฟองนมได้เนียนละเอียดหนานุ่มชงกาแฟได้หลากหลายเมนู รวมทั้งเครื่องดื่มร้อนประเภทต่างๆ ตัวกรองใช้กับชาประเภทต่างๆ ได้ สามารถกลั่นน้ำชาน้ำกาแฟได้สะดวกง่ายดาย ด้วยการออกแบบให้มีดีไซน์สวยงามเรียบหรู จึงเหมาะสำหรับจัดวางในห้องนั่งเล่นหรือห้องทำงาน หรือแม้แต่ในร้านกาแฟก็เข้ากันได้ดี

  • แรงดันไฟฟ้า 220โวลท์
  • แรงดันน้ำ 15 บาร์
  • กำลังไฟฟ้า1,050 วัตต์
  • ความจุถังน้ำ 1.5ลิตร
  • ไฟแสดงสถานะการทำงาน
  • ปุ่มหมุนปรับระดับการชง
  • ชุดตีฟองนม
  • ก้านชงมาตรฐาน
  • รับประกัน 1 ปี

ข้อดี

  • ควบคุมปริมาณกาแฟได้ด้วยตนเอง
  • แรงดันน้ำเหมาะสมสำหรับตีฟองนม
  • กลั่นได้ทั้งกาแฟและชา สร้างสรรค์เมนูได้หลากหลายตามความต้องการ
  • ตัวกรองมีความถี่พอเหมาะ ใช้ได้กับการกรองกาแฟและชา
  • อุปกรณ์ชงกาแฟครบถ้วน พร้อมชงเครื่องดื่มได้ทันที

 

3. ASGUARD เครื่องชงกาแฟแบบก้านชง – รุ่น C1000B

ASGUARD เครื่องชงกาแฟแบบก้านชง - รุ่น C1000B ยี่ห้อไหนดี

เครื่องชงกาแฟรุ่นพิมพ์นิยม ได้มาตรฐานการผลิตจากสหรัฐอเมริกา ผลิตจากวัสดุคุณภาพดี แข็งแรงทนทาน ปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการทำงานได้ง่ายเพียงหมุนสวิตช์ มีไฟแสดงสถานะการใช้งาน แจ้งเตือนความพร้อมของเครื่องอย่างชัดเจน ชุดอัดแรงดันคุณภาพดีกลั่นกาแฟเป็นครีมม่าสีทองหอมละมุน สามารถชงเครื่องดื่มได้ต่อเนื่องถึงสิบแก้ว ทำเครื่องดื่มแจกกันได้ทั้งบ้าน คุ้มค่าคุ้มราคาจริงๆ

  • แรงดันไฟฟ้า 220-240โวลท์
  • แรงดันน้ำ 15 บาร์
  • กำลังไฟฟ้า1,050 วัตต์
  • ความจุถังน้ำ 1.5ลิตร
  • ขนาดตัวเครื่อง 28 x 22 x 30 ซม.
  • น้ำหนักตัวเครื่อง 4.5 กก.
  • หม้อแรงดันควบคุมอุณหภูมิสูงสุด 92 องศาเซลเซียส
  • ฟังก์ชั่นตีฟองนม
  • ไฟแสดงสถานะการทำงาน
  • เพลทอุ่นอุปกรณ์ด้านบน
  • ก้านชงมาตรฐาน
  • รับประกัน 1ปี

ข้อดี

  • ชงเครื่องดื่มต่อเนื่องได้ 8-10 แก้ว
  • มีที่อุ่นแก้วด้านบนใช้งานสะดวก รักษาอุณหภูมิได้ดี
  • หม้อต้มรักษาความร้อนได้ดี แม้เติมน้ำเพิ่มในถังก็ไม่ทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลง
  • เครื่องกลั่นกาแฟได้รวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาที
  • ก้านตีฟองนมขนาดเล็ก ให้ความร้อนคงที่ตีฟองได้เนียนละเอียด
  • ใช้เวลาเตรียมเครื่องภายในหนึ่งนาทีก็พร้อมใช้งาน
  • ถังบรรจุน้ำมีหูหิ้วติดกับตัวถังถอดประกอบได้สะดวก

 

4. Krups Nescafe Dolce Gusto (NDG) เครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูล รุ่น MINI ME KP120166

Krups Nescafe Dolce Gusto (NDG) เครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูล รุ่น MINI ME KP120166 ยี่ห้อไหนดี

เครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูลระบบอัตโนมัติจากแบรนด์ดังชั้นนำด้านกาแฟเครื่องรุ่นนี้มีความพิเศษกว่ารุ่นก่อนตรงที่สามารถปรับระดับน้ำให้พอเหมาะกับเครื่องดื่มแต่ละประเภทได้ เพียงบรรจุแคปซูลลงในเครื่อง แล้วกดปุ่ม เพียงเท่านี้เครื่องก็จะชงเครื่องดื่มถ้วยโปรดออกมาได้อย่างรวดเร็วทันใจ พร้อมระบบประหยัดพลังงานปิดเครื่องเองอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งานภายในเวลา 5 นาที นอกจากนี้ยังมีระบบหยุดน้ำอัตโนมัติสำหรับเครื่องดื่มแต่ละประเภท จึงวางใจได้ว่าเครื่องชงกาแฟรุ่นนี้จะสามารถชงเครื่องดื่มรสชาติเยี่ยมออกมาให้คุณได้ลิ้มรสอย่างสบายใจ

  • เครื่องชงกาแฟระบบอัตโนมัติ
  • แรงดันไฟฟ้า 220-240โวลท์
  • แรงดันน้ำ 15 บาร์
  • ขนาดเครื่อง 30.5 x 16 x 24 ซม.
  • น้ำหนักเครื่อง 2.55 กก.
  • กำลังไฟฟ้า1,500 วัตต์
  • ความจุถังน้ำ 0.8ลิตร
  • ระบบควบคุมระดับน้ำอัตโนมัติ ปรับระดับได้ 7 ระดับ
  • ระบบปิดเครื่องอัตโนมัติภายใน 5 นาที
  • น้ำหนักตัวเครื่อง 4.5 กก.
  • ระบบประหยัดพลังงาน ปิดเครื่องเองอัตโนมัติ
  • รับประกัน 2ปี

ข้อดี

  • ดีไซน์รูปทรงทันสมัยสวยงาม จัดวางได้ทุกสถานที่
  • มีระบบปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อไม่ใช้งาน ช่วยประหยัดไฟและค่าใช้จ่ายได้มาก
  • ถาดรองน้ำรองน้ำล้นและปรับระดับได้ตามขนาดความสูงของแก้ว ใช้งานสะดวก
  • ระบบหยุดน้ำอัตโนมัติตามประเภทของเครื่องดื่ม
  • แกนเลื่อนปรับระดับน้ำ ตามชนิดของเมนูที่ต้องการชง
  • เลือกชงด้วยน้ำร้อนและน้ำเย็นได้ ด้วยก้านปรับอุณหภูมิ

 

5. เครื่องชงกาแฟสด ETZEL sn 203 และเครื่องบดเมล็ดกาแฟ SN7820

เครื่องชงกาแฟสด ETZEL sn 203 และเครื่องบดเมล็ดกาแฟ SN7820 ยี่ห้อไหนดี

จัดเป็นเครื่องชงกาแฟอีกหนึ่งแบรนด์ที่จัดเตรียมอุปกรณ์เสริมมาให้ครบถ้วน ทั้งเครื่องบดกาแฟ ช้อนตักช้อนตวง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนชงกาแฟ ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุคุณภาพภาพเยี่ยม รูปทรงสวยงาม ก้านชงจับถนัดมือ ถอดประกอบได้ง่าย มีแรงดันน้ำกำลังพอเหมาะ กลั่นกาแฟให้เป็นครีมม่าได้อย่างสวยงาม มีฟังก์ชั่นการทำงานมาให้ครบถ้วน สามารถชงกาแฟพร้อมกันได้ถึงสองแก้ว มาพร้อมระบบแมนนวล ควบคุมปริมาณกาแฟเอง ทางด้านชุดตีฟองนมก็ใช้งานได้สะดวก เพียงเทนมใส่แก้วแล้วใส่เข้าไปในชุดตีฟองนม เพียงเท่านี้ก็จะได้ฟองนมหนานุ่มเนียนละเอียดไว้ทำเครื่องดื่มแก้วโปรด

  • เครื่องชงกาแฟระบบกึ่งอัตโนมัติมัลติฟังก์ชั่น
  • แรงดันไฟฟ้า 220-240โวลท์/50 เฮิรตซ์
  • แรงดันน้ำ 15 บาร์
  • กำลังไฟฟ้า 1,050 วัตต์
  • ความจุถังน้ำ 1.6ลิตร
  • ขนาดตัวเครื่อง 27 x 25 x30 ซม.
  • น้ำหนักเครื่อง 3.4 กก.
  • ก้านชงขนาด 51 มล.
  • ฟิลเตอร์แบบ Double Wall รักษาอุณหภูมิได้มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • ผลิตจากสแตนเลสและพลาสติกคุณภาพสูง
  • เพลทอุ่นอุปกรณ์ด้านบน
  • ระบบ standby อัตโนมัติ เมื่อไม่ใช้งาน

ข้อดี

  • ชุดฟิลเตอร์แยกมาให้แบบ 1 ถ้วย และ 2 ถ้วย
  • มีปุ่มแมนนวลควบคุมปริมาณกาแฟได้เอง
  • ชงต่อเนื่องได้สูงสุดครั้งละ8 แก้ว ประมาณ 40 แก้วต่อวัน
  • ประหยัดไฟด้วยโหมดประหยัดพลังงาน เมื่อไม่ใช้งาน ช่วยประหยัดค่าไฟ

 

6. ELECTROLUX เครื่องชงกาแฟ coffee maker รุ่น ECM3505

ELECTROLUX เครื่องชงกาแฟ coffee maker รุ่น ECM3505 ยี่ห้อไหนดี

เครื่องชงกาแฟรุ่นเล็กกะทัดรัด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว เพียงใส่น้ำแล้วอุ่นเครื่อง จากนั้นใส่กาแฟคั่วบดลงไป กดปุ่ม แล้วปล่อยให้เครื่องทำงาน ด้วยคุณสมบัติในการกลั่นกาแฟประกอบกับตัวกรองคุณภาพเยี่ยม จึงสามารถกลั่นกาแฟที่หอมกรุ่นละมุนลิ้นออกมาได้ โดยยังคงรสชาติดั้งเดิมของเมล็ดกาแฟคั่วไว้ได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันน้ำหยด พร้อมทั้งไฟแสดงสถานะ การทำงานเมื่อเปิดเครื่องใช้งาน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานได้เป็นอย่างดี

  • กำลังไฟฟ้า 915-1,080 วัตต์
  • ระบบป้องกันน้ำหยด
  • ขนาดตัวเครื่อง 32.8 x 18.6 x 25.7ซม.
  • เหยือกแก้วบรรจุกาแฟสูงสุด 15 แก้ว
  • มาตรวัดแสดงระดับน้ำด้านข้าง
  • ปุ่มเปิดปิดพร้อมไฟแสดงสถานะ การทำงานของเครื่อง
  • ตัวกรองผลิตจากวัสดุคุณภาพเยี่ยม ถอดทำความสะอาดได้
  • สายไฟยาว 1.2 เมตร พร้อมที่เก็บสายไฟ
  • ผลิตจากพลาสติกคุณภาพสูง
  • รับประกัน 2ปี

ข้อดี

  • ขนาดเล็กกะทัดรัดเคลื่อนย้ายสะดวก
  • ใช้งานง่ายใช้งานสะดวก เพียงเติมน้ำและกาแฟคั่วบดก็ชงกาแฟได้เลย
  • มีมาตรวัดระดับน้ำมองเห็นได้ชัดเจน ป้องกันการลืมใส่น้ำ
  • มีปุ่มเปิดเปิด พร้อมไฟแสดงสถานะ การทำงานของเครื่องเมื่อเปิดใช้งาน
  • สายไฟยาว เคลื่อนย้ายสะดวก
  • เหยือกแก้วคุณภาพดี บรรจุน้ำกาแฟได้ปริมาณมาก
  • ตัวกรองถอดทำความสะอาดง่าย ไม่ทิ้งคราบตกค้าง ช่วยรักษากลิ่นและรสชาติของกาแฟได้ดี

 

7. Electrolux เครื่องชงกาแฟ – รุ่น ECM1303W

ELECTROLUX เครื่องชงกาแฟ coffee maker รุ่น ECM3505 ยี่ห้อไหนดี

เครื่องชงกาแฟ Electrolux เครื่องชงกาแฟ รุ่น ECM1303W เหมาะสำหรับใช้ในบ้านหรือสำนักงาน ด้วยฟังก์ชั่นการทำงานที่ง่ายแสนง่าย เพียงเติมน้ำและกาแฟคั่วบด จากนั้นกดปุ่มให้เครื่องทำงาน ด้วยแรงดันน้ำที่พอเหมาะจึงสามารถกลั่นน้ำกาแฟที่มีกลิ่นและรสชาติเข้มข้นได้ดี พร้อมสำหรับชงเครื่องดื่มเมนูโปรดได้หลากหลาย มีเหยือกใส่กาแฟที่บรรจุน้ำกาแฟได้มากถึง 15 แก้ว ชงกาแฟเพียงครั้งเดียวดื่มได้ทั้งครอบครัว นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบป้องกันน้ำหยดและฟังก์ชั่นอุ่นกาแฟ จึงช่วยรักษารสชาติกาแฟไว้ได้อย่างครบถ้วน

  • กำลังไฟฟ้า 730-870 วัตต์
  • ขนาดตัวเครื่อง 33 x 18.3 x 28.2 ซม.
  • ระบบป้องกันน้ำหยด
  • เหยือกแก้วบรรจุกาแฟสูงสุด 15 แก้ว
  • มาตรวัดแสดงระดับน้ำด้านข้าง
  • แผ่นอุ่นเหยือกกาแฟ พร้อมฟังก์ชั่นอุ่นกาแฟ
  • ถ้วยกรองชนิดเปลี่ยนได้ พร้อมตัวกรองถาวร
  • ปุ่มเปิดปิดพร้อมไฟแสดงสถานะ การทำงานของเครื่อง
  • ตัวกรองผลิตจากวัสดุคุณภาพเยี่ยม ถอดทำความสะอาดได้
  • ผลิตจากพลาสติกคุณภาพสูง
  • รับประกัน 2 ปี

ข้อดี

  • เครื่องทำงานได้รวดเร็ว ต้มน้ำเดือดเร็วมาก กลั่นกาแฟได้รวดเร็ว
  • ขนาดเล็กกะทัดรัดเคลื่อนย้ายไปยังที่ต่างๆ ได้สะดวก เหมาะกับใช้งานในบ้าน หรือสำนักงาน
  • เหมาะสำหรับผู้ที่เร่งรีบไม่มีเวลา เพียงเติมน้ำและกาแฟคั่วบดก็ชงกาแฟได้เลย
  • มีมาตรวัดระดับน้ำมองเห็นได้ชัดเจน ควรเติมน้ำให้อยู่ระหว่างขีดต่ำสุดและสูงสุด
  • ปุ่มเปิดเปิด มีไฟแสดงสถานะ การทำงานบ่งบอกชัดเจน
  • สายไฟม้วนเก็บได้ จัดเก็บสะดวก
  • เหยือกแก้วบรรจุน้ำกาแฟได้มากถึง 15 แก้ว
  • ไส้กรองถอดทำความสะอาดง่าย พร้อมตัวกรองถาวร ผลิตจากวัสดุคุณภาพดี

 

วิธีเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025

เคยมั้ยครับที่ตื่นเช้ามาอยากดื่มกาแฟสักแก้ว แต่กลับต้องรอตั้ง 10-15 นาทีให้น้ำเดือด แล้วก็ต้องชงเอง กวนเอง จนบางทีรู้สึกว่าไปซื้อที่ร้านสะดวกกว่า หรือบางคนที่ซื้อเครื่องชงกาแฟมาแล้ว แต่กลับใช้ไม่ถึงสิบครั้งก็เก็บเข้าตู้ไปเลย เพราะรู้สึกว่ามันไม่ตอบโจทย์ชีวิตจริง

ปัญหาพวกนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก จนบางคนเลยลังเลว่าจะซื้อเครื่องชงกาแฟดีมั้ย หรือว่าจะซื้อแบบไหนให้เหมาะกับตัวเองที่สุด บางคนมองแค่ราคาถูก แต่กลับได้มาเจอว่าคุณภาพไม่ดี บางคนซื้อแบบแพงสุด ๆ แต่ฟีเจอร์เยอะเกินไปจนไม่รู้จะใช้ยังไง สุดท้ายก็กลายเป็นของตกแต่งบนโต๊ะครัว

จริง ๆ แล้วการเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่เข้าใจว่าตัวเองต้องการอะไร ใช้งานแบบไหน มีงบประมาณเท่าไหร่ แล้วก็เลือกให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ การันตีเลยว่าคุณจะได้เครื่องชงกาแฟที่ใช้สบาย ใช้คุ้มค่า และที่สำคัญคือใช้จริงทุกวัน ไม่ใช่เอาไว้กินฝุ่น

วันนี้เราจะมาช่วยคุณหาคำตอบว่าควรเลือกเครื่องชงกาแฟแบบไหนดี ดูอะไรบ้าง แล้วแต่ละแบบเหมาะกับใครยังไง เพื่อให้คุณได้เครื่องที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ๆ ไม่ใช่แค่ซื้อตามกระแส แล้วมาเสียดายทีหลัง

1. เข้าใจประเภทเครื่องชงกาแฟก่อนตัดสินใจซื้อ

ก่อนจะไปดูยี่ห้อหรือราคา สิ่งแรกที่ต้องรู้คือเครื่องชงกาแฟมีหลายแบบมาก ๆ แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน บางคนซื้อมาแล้วถึงรู้ว่าไม่ตรงกับสไตล์การใช้งาน วันนี้เราจะแยกให้เห็นภาพชัดว่าแต่ละแบบเหมาะกับใคร

เครื่องชงกาแฟแบบดริป (Drip Coffee Maker)

นี่เป็นแบบพื้นฐานที่เห็นกันบ่อยที่สุด ใช้งานง่ายมาก แค่ใส่กาแฟ เติมน้ำ กดปุ่ม รอสักพัก ๆ ก็ได้กาแฟดื่มแล้ว เหมาะมากสำหรับคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ หรือครอบครัวที่มีหลายคนดื่มพร้อมกัน เพราะชงได้ครั้งละหลายแก้ว ไม่ต้องมานั่งชงทีละแก้ว

ข้อดีคือประหยัดเวลา ชงง่าย ดูแลรักษาไม่ยาก แถมราคาไม่แพง เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกสบายมากกว่าจะมานั่งปรับรสชาติละเอียด แต่ข้อเสียคือรสชาติอาจจะไม่เข้มข้นเท่าแบบอื่น แล้วถ้าชงเสร็จไม่ดื่มทันที กาแฟอาจจะเริ่มเปรี้ยวหรือขมได้

เครื่องชงกาแฟแบบเอสเพรสโซ (Espresso Machine)

ถ้าคุณเป็นคนชอบกาแฟเข้มข้น ชอบลาเต้ คาปูชิโน่ หรืออเมริกาโน่ เครื่องแบบนี้ตอบโจทย์มาก เพราะมันใช้ความดันสูงในการชง ทำให้ได้กาแฟที่เข้มข้น หอม และมีครีมมาสักหน่อย เหมือนไปนั่งกินที่ร้านเลยทีเดียว

แต่จะบอกว่าเครื่องแบบนี้ต้องใช้เวลาเรียนรู้นิดหนึ่ง ไม่ได้กดปุ่มเดียวจบแบบเครื่องดริป ต้องบดเมล็ดให้ละเอียด ต้องกดอัดผง ต้องปรับความดัน แต่พอคุณชงได้แล้ว รับรองว่าติดใจแน่นอน เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้รสชาติระดับบาริสต้า หรือใครที่ชอบดื่มกาแฟเมนูหลากหลาย ไม่ได้ดื่มแค่กาแฟดำอย่างเดียว

เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล (Capsule Coffee Machine)

เรียกได้ว่าเป็นเครื่องที่สะดวกสบายที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะใช้แค่เสียบแคปซูล กดปุ่ม รอแป๊บเดียวก็ได้กาแฟดื่มแล้ว ไม่ต้องตวง ไม่ต้องชั่ง ไม่ต้องล้าง ทำความสะอาดง่ายสุด ๆ เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็ว หรือใครที่ไม่อยากยุ่งยาก

ข้อดีคือชงไว รสชาติแต่ละแคปซูลได้มาตรฐาน ไม่มีพลาด แถมมีให้เลือกหลายรสหลายความเข้มข้น แต่ข้อเสียคือค่าใช้จ่ายในระยะยาวสูง เพราะแคปซูลราคาแพงกว่าซื้อเมล็ดกาแฟหรือผงกาแฟธรรมดา แล้วก็ไม่ค่อยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเท่าไหร่ เพราะแคปซูลส่วนใหญ่ทิ้งไม่ได้

เครื่องชงกาแฟแบบฝรั่งเศส (French Press)

นี่เป็นอีกแบบหนึ่งที่คนรักกาแฟชอบใช้กัน เพราะชงง่าย ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า แค่ใส่ผงกาแฟ เทน้ำร้อน รอประมาณ 4 นาที แล้วก็กดฝาลงไป ก็ได้กาแฟที่มีรสชาติเข้มข้นและหอมมาก เหมาะสำหรับคนที่ชอบกาแฟที่มีน้ำมันธรรมชาติจากเมล็ดกาแฟ

ข้อดีคือราคาถูกมาก ใช้งานง่าย พกพาสะดวก ล้างทำความสะอาดไม่ยาก แต่ข้อเสียคือต้องใช้เวลาหน่อย แล้วถ้าชงไม่ดีอาจจะมีกากกาแฟปนในแก้วได้

2. ดูฟีเจอร์ที่สำคัญจริง ๆ ไม่ใช่ดูแค่ราคา

หลายคนเวลาซื้อของมักจะดูที่ราคาเป็นหลัก ถ้าถูกก็ซื้อไป แต่จริง ๆ แล้วการเลือกเครื่องชงกาแฟควรดูฟีเจอร์ด้วย เพราะบางทีเครื่องที่แพงกว่าอาจจะมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณใช้งานสะดวกขึ้นเยอะเลย

ระบบปรับความเข้มข้นของกาแฟ

บางคนชอบกาแฟเข้ม บางคนชอบอ่อน ๆ ถ้าเครื่องมีระบบปรับความเข้มข้นได้ คุณก็สามารถปรับให้เหมาะกับรสนิยมตัวเองได้ตลอดเวลา ไม่ต้องมานั่งลองผิดลองถูกว่าต้องใส่กาแฟเท่าไหร่ถึงจะอร่อย

ตัวตั้งเวลาอัตโนมัติ (Timer)

ฟีเจอร์นี้เจ๋งมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องรีบไปทำงานตอนเช้า แค่ตั้งเวลาไว้ก่อนนอน พอตื่นเช้ามากาแฟชงเสร็จรออยู่แล้ว ไม่ต้องมารอให้เครื่องทำงาน ประหยัดเวลาได้เยอะมาก

ระบบอุ่นกาแฟ (Keep Warm)

ถ้าบ้านคุณมีหลายคนดื่มกาแฟ แต่ละคนตื่นคนละเวลา ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้กาแฟยังอุ่น ๆ อยู่ได้ตลอด ไม่ต้องชงใหม่ทุกครั้ง แต่ก็อย่าปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปนะ เพราะกาแฟจะเริ่มเปลี่ยนรสได้

ขนาดและความจุของถัง

ถ้าคุณอยู่คนเดียว หรือบ้านมีแค่สองคน ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องที่ชงได้ครั้งละ 10-12 แก้ว เพราะมันจะกินที่ในครัวเปล่า ๆ แต่ถ้าบ้านมีหลายคนหรือมักจะมีแขกมาเยี่ยม ก็ควรเลือกเครื่องที่มีความจุมากหน่อย จะได้ไม่ต้องชงหลายรอบ

ระบบทำความสะอาดอัตโนมัติ

นี่เป็นฟีเจอร์ที่หลายคนมองข้าม แต่จริง ๆ แล้วสำคัญมาก เพราะเครื่องชงกาแฟต้องทำความสะอาดเป็นประจำ ถ้าไม่ล้างสะอาด กาแฟจะเริ่มมีรสขม หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ บางเครื่องมีระบบล้างอัตโนมัติ ทำให้การดูแลรักษาง่ายขึ้นเยอะ

3. เลือกให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้งานของคุณ

นี่คือหัวใจสำคัญของการเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ คุณต้องถามตัวเองว่าคุณดื่มกาแฟแบบไหน บ่อยแค่ไหน ใช้เวลากับกาแฟมากแค่ไหน แล้วจึงเลือกเครื่องที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ๆ

สำหรับคนที่รีบ ๆ ตอนเช้า

ถ้าคุณเป็นคนที่ตื่นเช้ามาแล้วรีบไปทำงาน ไม่มีเวลามานั่งชงกาแฟช้า ๆ เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลจะเหมาะมาก เพราะชงไว ไม่ต้องตวงไม่ต้องชั่ง แค่เสียบแคปซูลกดปุ่มเดียวจบ หรือถ้าอยากประหยัดกว่า ก็เลือกเครื่องดริปที่มีระบบตั้งเวลาอัตโนมัติ พอตื่นมากาแฟชงเสร็จรอแล้ว

สำหรับคนที่อยู่บ้านบ่อย หรือทำงานที่บ้าน

ถ้าคุณอยู่บ้านตลอดวัน หรือทำงานที่บ้าน การลงทุนกับเครื่องชงกาแฟแบบเอสเพรสโซน่าจะคุ้มค่ามาก เพราะคุณมีเวลาเรียนรู้การชง สามารถทำเมนูหลากหลายได้ ไม่ว่าจะเป็นลาเต้ คาปูชิโน่ หรืออเมริกาโน่ ได้รสชาติใกล้เคียงร้านกาแฟ แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวอีกด้วย

สำหรับครอบครัวใหญ่ที่หลายคนดื่ม

บ้านไหนที่มีหลายคนดื่มกาแฟ เครื่องดริปที่มีความจุมากจะตอบโจทย์มาก เพราะชงครั้งเดียวได้หลายแก้ว ไม่ต้องมานั่งชงทีละคนให้เมื่อย เลือกแบบที่มีระบบอุ่นกาแฟด้วยจะยิ่งดี เพราะคนหลังก็ยังได้กาแฟอุ่น ๆ ดื่มได้เหมือนกัน

สำหรับคนที่ชอบเดินทาง หรือพักคอนโด

ถ้าคุณไม่มีพื้นที่ในครัวมาก หรือต้องย้ายบ้านบ่อย เครื่องชงกาแฟแบบฝรั่งเศสหรือแบบแคปซูลจะเหมาะมาก เพราะขนาดเล็ก ไม่กินที่ พกพาง่าย แต่ถ้าอยากได้รสชาติดีหน่อย ก็เลือกแบบฝรั่งเศสดีกว่า เพราะกาแฟจะหอมและเข้มข้นกว่าแคปซูล

4. เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อ

ก่อนจะจ่ายเงินซื้อเครื่องชงกาแฟ ลองตอบคำถามเหล่านี้ดูก่อน จะช่วยให้คุณมั่นใจมากขึ้นว่าเครื่องที่เลือกเหมาะกับคุณจริง ๆ

  • คุณดื่มกาแฟบ่อยแค่ไหน? วันละกี่แก้ว? ถ้าดื่มวันละแก้วสองแก้ว ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องแพงมาก
  • มีเวลาชงกาแฟแต่ละเช้ามากน้อยแค่ไหน? ถ้ารีบมากก็เลือกแบบที่ชงไว
  • ชอบกาแฟรสชาติแบบไหน? เข้ม อ่อน หวาน หรือขม? เพื่อเลือกเครื่องที่ทำได้ตรงรสนิยม
  • มีพื้นที่ในครัวเท่าไหร่? ถ้าพื้นที่จำกัดก็เลือกแบบเล็ก ๆ ที่ไม่กินที่มาก
  • ใครบ้างในบ้านที่ดื่มกาแฟ? มีกี่คน? เพื่อเลือกขนาดความจุที่เหมาะสม
  • งบประมาณที่มีอยู่เท่าไหร่? แล้วค่าใช้จ่ายระยะยาวคิดไว้รึยัง? เช่น ค่าแคปซูล ค่าเมล็ดกาแฟ
  • พร้อมที่จะเรียนรู้การชงมั้ย? หรืออยากได้แบบกดปุ่มเดียวจบ?
  • สนใจดูแลรักษาเครื่องมั้ย? บางเครื่องต้องทำความสะอาดบ่อย ถ้าไม่อยากยุ่งยากก็เลือกแบบที่ดูแลง่าย

5. ข้อผิดพลาดที่คนมักทำเวลาซื้อเครื่องชงกาแฟ

หลายคนซื้อเครื่องชงกาแฟมาแล้วกลับไม่ได้ใช้ หรือใช้ไม่ถึงครึ่งปีก็เลิก สาเหตุส่วนใหญ่มาจากข้อผิดพลาดง่าย ๆ แบบนี้

ซื้อตามกระแสหรือตามเพื่อน

เห็นเพื่อนซื้อแล้วดูดี ก็เลยตามซื้อบ้าง แต่พอซื้อมาแล้วถึงรู้ว่าไม่เหมาะกับตัวเอง เพราะเพื่อนอาจจะมีเวลาชงกาแฟมากกว่า หรือดื่มบ่อยกว่า แต่คุณดื่มแค่นาน ๆ ครั้ง ก็เลยไม่คุ้มที่จะซื้อ

ดูแค่ราคาถูก ไม่ดูคุณภาพ

บางคนเห็นเครื่องราคาถูกก็รีบซื้อไป โดยไม่ได้อ่านรีวิวหรือดูสเปกให้ดี พอใช้ไปสักพักเครื่องก็เริ่มมีปัญหา ชงออกมาไม่อร่อย หรือเสียไวกว่าที่คิด สุดท้ายต้องมาซื้อใหม่ กลับเสียเงินมากกว่าเดิม

ซื้อเครื่องที่ฟีเจอร์เยอะเกินไป

บางคนคิดว่ายิ่งฟีเจอร์เยอะยิ่งดี ซื้อเครื่องที่มีปุ่มกดเยอะแยะไปหมด แต่จริง ๆ แล้วใช้แค่ปุ่มเดียวตลอด ฟีเจอร์อื่น ๆ ไม่เคยแตะเลย กลายเป็นว่าจ่ายเงินเพิ่มไปกับสิ่งที่ไม่ได้ใช้

ไม่คิดถึงค่าใช้จ่ายระยะยาว

ซื้อเครื่องแคปซูลมาเพราะราคาเครื่องถูก แต่ลืมคิดว่าแคปซูลแต่ละอันราคาแพง ถ้าดื่มวันละสองแก้ว เดือนหนึ่งก็ต้องเสียเงินไปเยอะพอสมควร บางคนจึงเลิกใช้ไป เพราะรู้สึกว่าไม่คุ้ม

ลืมดูเรื่องการดูแลรักษา

บางเครื่องต้องทำความสะอาดบ่อย ต้องล้างทุกครั้งหลังใช้ ถ้าคุณเป็นคนขี้เกียจ หรือไม่มีเวลา ก็ควรเลือกเครื่องที่ดูแลง่าย มีระบบล้างอัตโนมัติ จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวทีหลัง

6. เคล็ดลับการใช้เครื่องชงกาแฟให้คุ้มค่าและอยู่ยาว

ซื้อเครื่องชงกาแฟมาแล้ว อย่าลืมดูแลรักษาให้ดี เพื่อให้เครื่องอยู่กับเราได้นาน ๆ และชงกาแฟออกมาอร่อยตลอดเวลา

ทำความสะอาดหลังใช้งานทุกครั้ง

อย่าปล่อยให้กากกาแฟค้างอยู่ในเครื่องนานเกินไป เพราะจะทำให้เกิดคราบ กลิ่นไม่พึงประสงค์ และแบคทีเรีย ล้างให้สะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน จะทำให้กาแฟที่ชงออกมามีรสชาติดีตลอด

ใช้น้ำสะอาดและเมล็ดกาแฟคุณภาพดี

ถึงจะมีเครื่องดี แต่ถ้าใช้น้ำไม่สะอาดหรือเมล็ดกาแฟคุณภาพต่ำ กาแฟก็จะไม่อร่อย ลองใช้น้ำกรองหรือน้ำบรรจุขวด แล้วเลือกเมล็ดกาแฟที่สดและมีคุณภาพ จะได้รสชาติที่ดีขึ้นเยอะ

ล้างถังน้ำและหม้อกาแฟเป็นประจำ

อย่าล้างแค่ส่วนที่สัมผัสกากกาแฟ ถังน้ำและหม้อกาแฟก็ต้องล้างด้วย เพราะจะมีคราบตกค้างที่มองไม่เห็น ทำให้กาแฟมีรสชาติแปลกหรือไม่หอมเท่าที่ควร

ดีสเกลเครื่องอย่างน้อยเดือนละครั้ง

น้ำประปามีแร่ธาตุที่จะตกค้างในเครื่อง ทำให้เกิดคราบหินปูน ลองใช้น้ำส้มสายชูหรือน้ำยาดีสเกลเฉพาะสำหรับเครื่องชงกาแฟ เดือนละครั้ง จะช่วยให้เครื่องทำงานได้ดีและอยู่ได้นานขึ้น

อย่าปล่อยให้กาแฟค้างในเครื่องนาน ๆ

ถ้าชงเสร็จแล้วไม่ดื่มทัน ก็เทออกหรือเก็บใส่กระติกเก็บความร้อน อย่าปล่อยให้กาแฟอยู่ในหม้อนานเกินไป เพราะจะทำให้รสชาติเปลี่ยน แถมยังทำให้หม้อเกิดคราบได้ง่ายอีกด้วย

7. สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่

แม้จะดูแลเครื่องดีแค่ไหน เครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีอายุการใช้งาน ถ้าเครื่องชงกาแฟของคุณเริ่มมีอาการแบบนี้ อาจจะถึงเวลาต้องเปลี่ยนใหม่แล้ว

  • ชงกาแฟออกมาไม่ร้อนเท่าเดิม แม้จะล้างทำความสะอาดแล้วก็ตาม
  • เสียงดังผิดปกติ หรือมีเสียงแปลก ๆ ตอนเครื่องทำงาน
  • ชงช้าลงกว่าเดิมมาก หรือน้ำไหลผ่านช้ามาก
  • รสชาติกาแฟแปลกไป แม้จะใช้เมล็ดกาแฟเดิม และล้างเครื่องแล้วก็ตาม
  • มีกลิ่นพลาสติกไหม้ หรือกลิ่นแปลก ๆ ออกมาจากเครื่อง
  • ปุ่มกดไม่ทำงาน หรือทำงานไม่เสถียร
  • มีน้ำรั่วซึมออกมาจากตัวเครื่อง

ถ้าเจออาการแบบนี้ อย่ารีบทิ้งเครื่องก่อน ลองเช็คดูว่าซ่อมได้มั้ย แต่ถ้าเครื่องใช้มานานแล้ว หรือค่าซ่อมแพงเท่ากับซื้อใหม่ ก็ควรเปลี่ยนใหม่ดีกว่า

สรุปแบบง่าย ๆ ว่าควรเลือกแบบไหน

พอมาถึงตรงนี้แล้ว คุณน่าจะเห็นภาพชัดขึ้นว่าเครื่องชงกาแฟแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด การเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่เข้าใจว่าตัวเองต้องการอะไร ใช้งานแบบไหน แล้วเลือกให้ตรงกับไลฟ์สไตล์

ถ้าคุณรีบ ๆ ตอนเช้า ก็เลือกแบบแคปซูลหรือดริปที่มีระบบตั้งเวลา ถ้าอยู่บ้านบ่อย ชอบดื่มกาแฟหลายเมนู ก็เลือกแบบเอสเพรสโซ ถ้าบ้านมีหลายคนดื่ม ก็เลือกแบบดริปที่มีความจุมาก ถ้ามีพื้นที่จำกัด ก็เลือกแบบเล็ก ๆ ที่พกพาง่าย

สิ่งสำคัญคือเลือกให้เหมาะกับชีวิตจริง ๆ ของคุณ ไม่ใช่ซื้อตามกระแสหรือตามคนอื่น แล้วอย่าลืมดูแลรักษาเครื่องให้ดี ทำความสะอาดสม่ำเสมอ จะได้ใช้งานได้นาน ๆ และชงกาแฟออกมาอร่อยตลอดเวลา

ลองดูตัวเลือกที่เราแนะนำไว้ให้ แล้วเลือกแบบที่คุณรู้สึกว่าใช่ที่สุด เชื่อเลยว่าคุณจะได้เครื่องชงกาแฟที่ใช้จริง ใช้คุ้มค่า ไม่ใช่เอาไว้กินฝุ่นในครัวแน่นอน

Related Articles