เครื่องวัดความดันโลหิตในปัจจุบันมีให้เลือกมากมายหลายแบบ ทั้งแบบลูกยางปั๊มลม แบบดิจิตอล หรือระบบอัตโนมัติที่ควบคุมการทำงานเพียงกดปุ่ม รุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากจะเป็นเครื่องวัดความดันระบบอัตโนมัติ แสดงผลแบบดิจิตอล เพราะใช้งานง่าย นอกจากคุณภาพ ราคาและวัสดุที่ใช้แล้ว สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก็คือ ความถูกต้องแม่นยำของค่าความดันโลหิตและอัตราการเต้นของชีพจร รวมถึงฟังก์ชั่นพิเศษต่างๆ เช่น ระบบแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบค่าผิดปกติ ระบบตัดไฟอัตโนมัติ ระบบประมวลค่าเฉลี่ย เป็นต้น ถ้าเช่นนั้นลองมาสำรวจเครื่องวัดความดันแต่ละแบรนด์กันดีกว่าว่ารุ่นไหนมีความพิเศษอย่างไรบ้าง
1. เครื่องวัดความดันออมรอน OMRON Blood Pressure Monitor HEM-7600T
เครื่องวัดความดันออมรอน OMRON Blood Pressure Monitor HEM-7600 ใช้งานง่ายใช้งานสะดวกพกพาไปได้ทุกที่ทุกเวลา ความพิเศษอยู่ที่แอพลิเคชั่นเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ใช้ได้ทั้งแอนดรอยด์และไอโฟน เป็นแอพพลิเคชั่นที่คอยจัดเก็บข้อมูลสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง ใช้ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้เป็นอย่างดี สามารถเชื่อมต่อแบบออนไลน์จึงตรวจเช็คค่าได้ตลอดเวลา ที่สำคัญมีระบบแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบค่าความดันโลหิตผิดปกติ เพื่อให้ผู้ใช้งานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำวันได้อย่างทันท่วงที
- ระบบ Intellisense
- แสดงสัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบจังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ
- แสดงสัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบความดันโลหิตเกินมาตรฐาน
- Application Omron Connect จัดเก็บข้อมูลสุขภาพไปยังสมาร์ทโฟนได้
- เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแบบไร้สายผ่าน Bluetooth
- Memory ในตัวเครื่อง บันทึกค่าได้ 30 ครั้ง
- ขนาดตัวเครื่อง8.50 x 2 x 12 ซม.
- น้ำหนัก 240กก.
- รับประกัน 5 ปี
- เทคโนโลยี Intellisenseปรับระดับการบีบต้นแขนให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยไม่ทำให้เจ็บแขน
- มีระบบวัดค่าความดันอย่างรวดเร็ว
- เครื่องวัดแรงดันแบบสวมปลอกที่ต้นแขนมีความแม่นยำสูง
- แสดงผลแบบดิจิตอล อ่านค่าได้ง่าย
- ระบบไร้สาย พกพาสะดวก ไม่ต้องต่อสายไฟให้ยุ่งยาก
- มีระบบแจ้งเตือนผู้ใช้งานเมื่อตรวจพบค่าผิดปกติ
- เชื่อมต่อได้ทั้ง Android และ iPhone
- แสดงผลเป็นรูปภาพและกราฟเข้าใจง่าย
- สามารถแชร์ข้อมูลการวัดผลให้กับแพทย์ผู้ทำการรักษาได้สะดวก
- เชื่อมต่อระบบแบบออนไลน์ ตรวจสอบผลการวัดค่าได้ตลอดเวลา
- เก็บรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการตรวจสุขภาพประจำปี
ข้อดี
2. Omron เครื่องวัดความดันโลหิต รุ่น HEM-7130
Omron รุ่น HEM-7130 เป็น เครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติ ออกแบบตามมาตรฐาน EN10610 มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดทางการแพทย์ ใช้งานง่ายเพียงใส่ปลอกรัดต้นแขนแล้วกดปุ่ม เครื่องสามารถปรับระดับลมในปลอกแขนให้เหมาะกับผู้ใช้งานแต่ละคนได้โดยอัตโนมัติ สามารถปรับตั้งค่าได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งมีระบบแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบค่าผิดปกติ มีหน่วยความจำบันทึกค่าสำหรับอ้างอิง พร้อมทั้งมีระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวของร่างกายเพื่อความแม่นยำในการวัดผล
- ระบบ Enhanced Intellisense
- แสดงสัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบจังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ
- แสดงสัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบความดันโลหิตเกินมาตรฐาน
- ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีการเคลื่อนไหวร่างกาย
- มีไฟแสดงการรัดต้นแขน
- หน่วยความจำบันทึกค่าได้ 60 ครั้ง พร้อมทั้งเก็บวันที่และเวลา
- แสดงค่าเฉลี่ยค่าที่อ่านได้ 3 ครั้งล่าสุด ภายใน 10 นาที
- ช่วงความดันโลหิตที่วัดได้ 0-299 มม.ปรอท
- ช่วงอัตราการเต้นของหัวใจที่วัดได้ (ชีพจร) 40-180 ครั้ง/นาที
- ค่าความแม่นยำของการวัดค่าความดันโลหิต +/-3 มม.ปรอท
- ค่าความแม่นยำของการวัดค่าชีพจร +/-5%
- ระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งานเครื่อง
- ปลอกสวมแขนขนาดประมาณ 22-32 ซม.
- ขนาดตัวเครื่อง 107 x 79 x 141 มม.
- หน้าจอแสดงผล LCD
- แบตเตอรี่ AA จำนวน 4 ก้อน
- รับประกันตัวเครื่อง 5 ปี
- เทคโนโลยี Enhanced Intellisenseวัดค่าได้อย่างแม่นยำ มีความเบี่ยงเบนน้อยกว่า 4 มม.ปรอท
- มีไฟแสดงสถานะ การรัดต้นแขนที่ถูกต้อง
- เครื่องทำงานอัตโนมัติ ปรับระดับการพองตัวตามสภาพร่างกายของแต่ละคน
- เครื่องสามารถปล่อยลมออกได้อย่างรวดเร็ว เพื่อวัดค่าอย่างต่อเนื่อง
- แสดงค่าการวัดความดันโลหิต และอัตราการเต้นของหัวใจอย่างชัดเจน
- พกพาไปใช้งานได้สะดวก โดยไม่ต้องเสียบไฟบ้าน
ข้อดี
3. Yuwellรุ่น YE650D เครื่องวัดความดัน Blood Pressure Monitor Gohealth
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ประสบปัญหาปลอกสายรัดวัดความดันมีขนาดเล็กเกินไป วัดค่าทีไรบีบรัดแขนจนเจ็บทุกที แนะนำให้ใช้เครื่องวัดความดันรุ่นปลอกแขนใหญ่พิเศษ มีความยาวสูงสุดถึง 45 ซม. พร้อมทั้งระบบอธิบายภาษาไทยเข้าใจง่าย หน้าจอขนาดใหญ่มองเห็นได้ชัดเจนเหมาะสำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัญหาทางสายตา เพิ่มความสะดวกสบายด้วยกระเป๋าจัดเก็บอุปกรณ์ สามารถพกพาไปใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา
- ระบบ Oscillation สำหรับวัดความดันโลหิตบริเวณต้นแขน
- สามารถวัดค่าความดันหัวใจบีบตัวและคลายตัว
- สามารถวัดค่าความถี่ของชีพจร
- อ่านค่าเป็นภาษาไทย
- ปรับระดับความดัง 5 ระดับ และปิดเสียงได้
- แสดงค่าเฉลี่ยค่าที่อ่านได้ 3 ครั้งล่าสุด
- แสดงสัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบจังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ
- ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีการเคลื่อนไหวร่างกาย
- จอแสดงผล Backlight ขนาดใหญ่
- หน่วยความจำบันทึกค่าได้ 80 ครั้ง
- ปลอกสวมแขนกว้างพิเศษ ขนาด 22 – 45ซม.
- แบตเตอรี่ AA จำนวน 4 ก้อน
- สามารถใช้คู่กับ Adapter ชาร์จไฟฟ้าได้
- รับประกัน 3ปี
- มีเสียงพูดภาษาไทย เข้าใจง่าย
- ปลอกสวมแขนชนิดกว้างพิเศษ สามารถใช้ได้กับผู้ที่มีต้นแขนใหญ่ และออกแบบให้มีแกนโค้งสวมใส่ได้ง่าย
- สามารถวัดช่วงค่าความดันช่วงหัวใจบีบตัวและคลายตัว รวมถึงวัดชีพจรได้สะดวก
- แสดงผลการวัดความดันโลหิต และอัตราการเต้นของหัวใจ บนหน้าจอเดียว
- มีระบบแจ้งเตือนสถานะของปลอกสวมแขน ก่อนวัดค่า
- หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่แบบ Backlight มองเห็นได้ชัดเจน
- แสดงค่าเฉลี่ยของการวัดผลได้
- หน่วยความจำขนาดใหญ่ บันทึกค่าได้มาก
ข้อดี
4. YUWELL เครื่องวัดความดัน รุ่น YE650D
เครื่องวัดความดันพูดเป็นเสียงภาษาไทย บอกค่าผลความดันอย่างชัดเจน เข้าใจง่ายไม่ต้องแปลค่าตัวเลขเองให้ยุ่งยาก มาพร้อมหน้าจอแสดงผล LCD ขนาดใหญ่อ่านค่าความดันได้อย่างชัดเจน ปลอกสวมแขนออกแบบมาให้โค้งรับกับต้นแขนสวมใส่สะดวก สามารถปรับระดับได้ตามสรีระของผู้ใช้งาน ใช้งานง่ายด้วยปุ่มควบคุมเพียงปุ่มเดียวจากนั้นเครื่องจะทำงานเองโดยอัตโนมัติ
- ระบบ Oscillation ประมวลผลด้วยระบบดิจิตอล
- เครื่องวัดความดันโลหิตบริเวณต้นแขน
- สามารถวัดค่าความดันหัวใจบีบตัวและคลายตัว
- สามารถวัดค่าความถี่ของชีพจร
- มีเสียงคำอธิบายภาษาไทย ปรับระดับความดัง หรือปิดเสียงได้
- แสดงสัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบจังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ
- ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีการเคลื่อนไหวร่างกาย
- จอแสดงผล LCDขนาดใหญ่
- หน่วยความจำบันทึกค่าได้ 80 ครั้ง
- ปลอกสวมแขนกว้างพิเศษ ขนาด 22 – 45 ซม.
- แบตเตอรี่ AA จำนวน 4 ก้อน
- อะแดปเตอร์เสียบไฟบ้าน
- รับประกัน 3 ปี
- มีเสียงพูดภาษาไทย เข้าใจง่าย
- มีคำอธิบายช่วงค่าความดันช่วงหัวใจบีบตัวและคลายตัว เข้าใจง่าย ไม่ต้องแปลความหมาย
- ปลอกสวมแขนออกแบบให้มีความโค้ง สามารถปรับระดับให้เข้ากับต้นแขนได้ดี
- สามารถวัดค่าชีพจรได้สะดวก
- มีระบบแจ้งเตือนสถานะของปลอกสวมแขน ก่อนวัดค่า
- หน้าจอแสดงผลLCD แบบ Backlight มองเห็นได้ชัดเจน
- หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ แสดงค่าวัดได้ชัดเจน
- หน่วยความจำขนาดใหญ่ บันทึกค่าได้มาก
- แสดงค่าการวัดความดันโลหิต และอัตราการเต้นของหัวใจอย่างชัดเจน
- เครื่องทำงานเงียบ ไร้เสียงปั๊มลมรบกวน
ข้อดี
5. Intellisenseเครื่องวัดความดันโลหิต จอLED
สำหรับ Intellisenseวัดค่าความดันโลหิตและความถี่ของชีพจรได้อย่างรวดเร็ว หน้าจอLCD แสดงผลขนาดใหญ่ มองเห็นได้ง่าย สามารถแสดงผลได้ในหน้าจอเดียว จึงอ่านค่าและตีความได้สะดวก ตัวเครื่องมีขนาดเล็กกะทัดรัดเหมาะสำหรับพกพา ใช้ได้กับทั้งแบตเตอรี่ขนาด AA และมีอะแดปเตอร์ต่อเข้ากับไฟบ้านเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
- ระบบ Oscillographic
- เครื่องวัดความดันโลหิตบริเวณต้นแขนระบบอัตโนมัติ
- สามารถวัดค่าความดันหัวใจบีบตัวและคลายตัว
- สามารถวัดค่าความถี่ของชีพจร
- ช่วงวัดค่าความดันโลหิต: 0–280มม.ปรอท
- ช่วงวัดอัตราการเต้นของชีพจร: 40 – 199 ครั้ง/นาที
- ฟังก์ชั่นป้องกันความดันสูงเกิน 295 มม. ปรอท (20 MS)
- จอแสดงผล LCD ขนาดใหญ่
- หน่วยความจำบันทึกค่าได้ 74ครั้ง
- น้ำหนัก 450 กรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่)
- ขนาด 126 x 98 x 60 มม.
- แบตเตอรี่ AA จำนวน 4 ก้อน
- แถบสีแจ้งเตือนเมื่อความดันโลหิตผิดปกติ
- โหมดประหยัดพลังงาน ดับเครื่องอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งานเกิน 1 นาที
- รับประกัน 1 เดือน
- มีระบบประหยัดพลังงานอัตโนมัติ เมื่อไม่มีการใช้งานเครื่อง
- สามารถตรวจจับแรงดันไฟฟ้าได้
- ใช้พลังงานต่ำจึงช่วยให้ประหยัดไฟ
- สามารถวัดค่าความดันโลหิตได้ทั้งแบบ มม.ปรอท และกิโลปาสคาล สะดวกต่อการอ่านผล
- มีระบบแจ้งเตือนถ้าหากค่าความดันโลหิตผิดปกติ
- ระบบวัดผลแบบดิจิตอล มีความแม่นยำสูง
- สามารถพกพาไปใช้งานได้ทุกพื้นที่ แม้ในที่มีอุณหภูมิต่ำ
ข้อดี
6. Microlife เครื่องวัดความดัน รุ่น 3AR1-3P
Microlife เครื่องวัดความดัน รุ่น 3AR1-3P เครื่องวัดความดันโลหิตรุ่นยอดนิยม มีระบบตรวจวัดการเต้นหัวใจผิดปกติ สามารถแจ้งเตือนอาการได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เหมาะสำหรับใช้ติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง มาพร้อมปลอกแขนขนาดใหญ่สามารถปรับระดับให้เหมาะสมกับสรีระของผู้ใช้งานโดยไม่ทำให้เจ็บแขน มีหน่วยความจำในตัวเครื่องสามารถบันทึกข้อมูลเพื่อใช้อ้างอิงในการตรวจรักษา
- ระบบ P.A.D. Technology ตรวจวัดชีพจรเต้นผิดปกติในระยะเริ่มแรก
- เครื่องวัดความดันโลหิตบริเวณต้นแขนระบบอัตโนมัติ
- สามารถวัดค่าความดันหัวใจบีบตัว (Systolic pressure) และคลายตัว (Diastolic pressure)
- สามารถวัดค่าความถี่ของชีพจรจำนวนครั้งของหัวใจเต้นต่อ 1 นาที
- ปลอกแขน ไซส์ M-L ขนาด 22 – 42 ซม.
- หน้าจอแสดงผล LCD ขนาดใหญ่ แสดงค่าตรวจวัดบนหน้าจอเดียว
- หน่วยความจำบันทึกค่าได้ 30ครั้ง
- น้ำหนัก 350 กรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่)
- ขนาด 130 x 100 x 80มม.
- แบตเตอรี่ AA จำนวน 4 ก้อน
- อะแดปเตอร์เชื่อมต่อไฟบ้าน
- โหมดประหยัดพลังงาน ดับเครื่องอัตโนมัติเมื่อไม่ใช้งาน
- รับประกัน ตัวเครื่อง 5 ปี
- รับประกัน ปลอกแขน 2 ปี
- ใช้พลังงานต่ำ ประหยัดไฟ
- มีโหมดประหยัดไฟ ปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อไม่ใช้งาน
- ปลอกแขนใหญ่ปรับขนาดได้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีแขนใหญ่
- มีรับประกันทั้งตัวเครื่องและปลอกแขน
- ควบคุมการทำงานด้วยปุ่มเดียว จึงใช้งานสะดวกง่ายดาย
- แสดงผลในหน้าจอเดียวช่วยอ่านค่าทุกอย่างได้อย่างชัดเจน ไม่ทำให้สับสน
- แหล่งพลังงานใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่และอะแดปเตอร์
- น้ำหนักเบาพกพาสะดวก
- สัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบความอัตราการเต้นหัวใจผิดปกติ
ข้อดี
7. CITIZEN CH-452 เครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติ
เครื่องวัดความดันโลหิต CITIZEN CH-452 แบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งาน เพราะผ่านมาตรฐาน ESH ที่รับรองความถูกต้องแม่นยำในการวัดผล เพิ่มความมั่นใจด้วยการรับประกันศูนย์ยาวนานถึง 7 ปี เครื่องรุ่นนี้มาพร้อมหน่วยความจำขนาดใหญ่ สามารถบันทึกค่าความดันโลหิตได้มากถึง 90 ครั้ง ใช้งานได้สะดวกเพียงกดปุ่มจากนั้นเครื่องจะทำการประมวลผลและแสดงค่าด้วยระบบดิจิตอล แล้วแสดงผลบนหน้าจออย่างชัดเจน
- เครื่องวัดความดันโลหิต ผ่านมาตรฐาน ESH Protocol มีความแม่นยำสูง
- เครื่องวัดความดันโลหิตบริเวณต้นแขนระบบอัตโนมัติ
- สามารถวัดค่าความดันหัวใจบีบตัว (Systolic pressure) และคลายตัว (Diastolic pressure)
- สามารถวัดค่าความถี่ของชีพจรจำนวนครั้งของหัวใจเต้นต่อ 1 นาที
- ช่วงวัดค่าความดันโลหิต: 0–280 มม.ปรอท
- ช่วงวัดอัตราการเต้นของชีพจร: 40 – 180 ครั้ง/นาที
- ปลอกแขน ขนาด 22 – 32 ซม.
- ค่าความแม่นยำในการวัดความดัน +/-3%
- ค่าความแม่นยำในการวัดชีพจร +/-5%
- หน้าจอแสดงผล LCD แสดงผลการตรวจวัด
- หน่วยความจำบันทึกค่าได้ 90 ครั้ง
- น้ำหนัก 129กรัม
- แบตเตอรี่ AA จำนวน 4 ก้อน
- อะแดปเตอร์เชื่อมต่อไฟบ้าน
- รับประกัน 7ปี
- ควบคุมการทำงานด้วยปุ่มเดียว มีขนาดใหญ่ใช้งานสะดวก
- ปลอกรัดแขนปรับได้สะดวกตามขนาดของต้นแขนผู้ใช้งาน
- ใช้ได้ทั้งไฟบ้านและแบตเตอรี่ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
- รับประกันสินค้ายาวนานกว่ารุ่นอื่น
ข้อดี
วิธีเลือกซื้อเครื่องวัดความดันให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025
เคยมั้ยครับที่ไปโรงพยาบาล แล้วหมอบอกว่าความดันสูง แต่พอกลับมาบ้านก็ไม่รู้จะตรวจสอบยังไง ต้องนั่งรอไปโรงพยาบาลทุกครั้ง หรือขับรถไปวัดที่ร้านขายยาซึ่งก็ไม่ได้สะดวกเสมอไป บางคนอาจจะไปถึงขั้นซื้อเครื่องวัดความดันมาแล้ว แต่เอามาใช้ทีค่าที่ออกไม่ตรงกับที่หมอวัด ทำให้งงว่าจะเชื่อตัวไหนดี
ปัญหาพวกนี้เกิดขึ้นได้จริง และส่วนใหญ่มาจากการเลือกซื้อเครื่องที่ไม่เหมาะกับตัวเอง หรือไม่รู้ว่าจะดูอะไรบ้างตอนซื้อ บางคนก็คิดว่าแค่เครื่องวัดความดัน ซื้อตัวถูกๆ ก็พอ แต่พอใช้จริงถึงรู้ว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้น
วันนี้เราจะมาช่วยคุณเลือกซื้อเครื่องวัดความดันแบบจับมือทำ ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ว่าคุณจะซื้อให้ตัวเอง ให้พ่อแม่ หรือให้คนในครอบครัว เราจะมาดูกันว่าต้องดูอะไรบ้าง ประเภทไหนเหมาะกับคุณ และที่สำคัญคือ ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกว่าที่คิด เพราะการวัดความดันที่บ้านแม่นยำได้ อาจจะช่วยชีวิตคุณหรือคนที่คุณรักก็เป็นได้นะ
ทำไมถึงต้องมีเครื่องวัดความดันไว้ที่บ้าน
หลายคนอาจจะคิดว่า วัดความดันที่โรงพยาบาลก็พอแล้ว แต่จริงๆ แล้วการวัดความดันที่บ้านมีข้อดีมากกว่าที่คิด เพราะคุณสามารถวัดได้บ่อยขึ้น ในเวลาที่ต่างกัน และที่สำคัญคือ วัดในสภาวะที่ผ่อนคลายจริงๆ
คุณรู้มั้ยว่าบางคนมีอาการที่เรียกว่า “White Coat Syndrome” คือความดันจะพุ่งขึ้นทันทีที่เห็นหมอหรืออยู่ในโรงพยาบาล ทำให้ค่าที่วัดได้ไม่ตรงกับความเป็นจริง แต่ถ้าวัดที่บ้านตอนเช้าหรือก่อนนอน ค่าที่ได้จะสะท้อนสภาพจริงมากกว่า
อีกอย่างคือ ถ้าคุณหรือคนในครอบครัวมีความเสี่ยงเรื่องความดันสูง หรือกำลังกินยาควบคุมความดันอยู่ การมีเครื่องวัดความดันไว้ที่บ้านจะช่วยให้คุณติดตามผลได้แบบเรียลไทม์ รู้เลยว่ายาที่กินอยู่ได้ผลหรือเปล่า หรือต้องปรับขนาดยาหรือไม่
เลือกแบบไหนดี ต้องดูอะไรบ้าง
มาถึงตรงนี้ เราจะเริ่มเข้าเรื่องจริงจังแล้ว ก่อนจะกดซื้อเครื่องวัดความดัน มีหลายอย่างที่คุณควรรู้ก่อน เพื่อให้ได้เครื่องที่ใช่สำหรับคุณ
1. แบบแขนหรือแบบข้อมือ เลือกอะไรดี
เครื่องวัดความดันมีอยู่ 2 แบบหลักๆ คือแบบรัดแขน กับแบบรัดข้อมือ แล้วต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี
แบบรัดแขน เป็นแบบที่แพทย์แนะนำมากที่สุด เพราะวัดที่ตำแหน่งใกล้หัวใจ ค่าที่ได้จะแม่นยำกว่า เหมาะกับทุกคนโดยเฉพาะคนสูงอายุ หรือคนที่ต้องการความแม่นยำสูง ข้อเสียคือ ตัวเครื่องจะใหญ่กว่าหน่อย พกพาไม่ค่อยสะดวก
แบบรัดข้อมือ จุดเด่นคือเล็กกะทัดรัด พกพาง่าย เหมาะกับคนที่ต้องเดินทางบ่อยหรือต้องวัดนอกบ้าน แต่ค่าที่วัดได้อาจจะคลาดเคลื่อนได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะถ้าท่าทางไม่ถูกต้อง ต้องยกมือให้ระดับหัวใจทุกครั้งที่วัด
แนะนำเลยว่า ถ้าซื้อไว้ใช้ที่บ้านเป็นหลัก ให้เลือกแบบรัดแขนจะดีกว่า แต่ถ้าต้องพกติดตัวไปทำงานหรือเดินทาง แบบข้อมือก็โอเค แต่ต้องระวังเรื่องท่าทางการวัด
2. ขนาดรัดแขนต้องพอดีตัว
นี่คือจุดที่หลายคนมองข้าม แต่จริงๆ แล้วสำคัญมาก ถ้าขนาดรัดแขนไม่เหมาะกับคุณ ค่าที่วัดได้จะผิดพลาดแน่นอน
วิธีวัดง่ายๆ คือ ใช้สายวัดวัดรอบแขนตรงกลางระหว่างข้อศอกกับไหล่ แล้วดูว่าอยู่ในช่วงไหน
- รอบแขน 22-32 ซม. ใช้ไซส์มาตรฐาน (Standard)
- รอบแขน 32-42 ซม. ใช้ไซส์ใหญ่ (Large)
- รอบแขนเกิน 42 ซม. ต้องหาแบบ Extra Large
ถ้าคุณซื้อเครื่องที่มีรัดแขนเล็กเกินไป จะรัดแน่นเกินไป ทำให้ค่าความดันออกมาสูงกว่าปกติ แต่ถ้าใหญ่เกินไป รัดไม่แน่นพอ ค่าก็จะต่ำเกินไป
3. ฟีเจอร์พิเศษที่มีประโยชน์จริง
เครื่องวัดความดันสมัยนี้มีฟีเจอร์เพิ่มเติมมากมาย แต่บางอย่างมีประโยชน์จริง บางอย่างก็แค่เสริมสวย มาดูกันว่าอะไรควรมี อะไรไม่จำเป็น
ฟีเจอร์ที่ควรมี:
- เก็บค่าย้อนหลังได้ – อย่างน้อย 60-90 ค่า จะได้เห็นเทรนด์ว่าความดันของคุณเป็นยังไงในแต่ละวัน
- เก็บค่าได้หลายคน – ถ้าบ้านมีหลายคนใช้ ควรเลือกแบบที่มี Multi-User Memory จะได้ไม่ปนกัน
- ตรวจจับการเต้นผิดจังหวะของหัวใจ – ฟีเจอร์นี้สำคัญมาก ช่วยแจ้งเตือนถ้าหัวใจเต้นผิดปกติ
- จอแสดงผลใหญ่ เห็นชัด – โดยเฉพาะถ้าซื้อให้ผู้สูงอายุ ต้องเลือกจอที่ตัวเลขใหญ่ อ่านง่าย
ฟีเจอร์ที่มีก็ดี ไม่มีก็ไม่เป็นไร:
- เชื่อมต่อ Bluetooth กับสมาร์ทโฟน – ดีสำหรับคนที่ชอบเก็บข้อมูลในแอป
- เสียงพูดอ่านค่า – เหมาะกับคนสายตาไม่ดี
- ปริ้นท์ค่าออกมาได้ – ถ้าไม่ได้เอาไปให้หมอดูบ่อย ก็ไม่จำเป็น
4. มาตรฐานการรับรองที่ต้องมี
นี่คือเรื่องที่ห้ามละเลย เพราะเครื่องวัดความดันไม่ใช่ของเล่น มันเกี่ยวกับสุขภาพของคุณโดยตรง ต้องเลือกเครื่องที่ผ่านการรับรองจากองค์กรที่เชื่อถือได้
สิ่งที่ควรมี:
- FDA Approved – ผ่านการรับรองจากสหรัฐอเมริกา
- CE Mark – ผ่านมาตรฐานยุโรป
- อย. (อ.ย.) – ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไทย
ถ้าเครื่องไหนไม่มีตราเหล่านี้ แนะนำว่าอย่าซื้อเลยดีกว่า เพราะไม่มีการันตีความแม่นยำ
แล้วไลฟ์สไตล์ของคุณเหมาะกับแบบไหน
มาดูกันว่า ถ้าคุณเป็นคนประเภทไหน ควรเลือกเครื่องวัดความดันแบบไหน
สำหรับผู้สูงอายุ
ถ้าซื้อให้พ่อแม่หรือคนในครอบครัวที่อายุมากแล้ว ให้เน้นเรื่องความง่ายในการใช้งานเป็นหลัก เลือกเครื่องที่:
- จอใหญ่ ตัวเลขชัดเจน
- ปุ่มกดน้อย ใช้งานง่าย
- ระบบอัตโนมัติทั้งหมด กดปุ่มเดียวจบ
- มีเสียงเตือนหรือเสียงพูดอ่านค่า
สิ่งสำคัญคือ ต้องสอนวิธีใช้ให้ชัดเจน และเช็คให้แน่ใจว่าท่านใช้ได้จริง อย่าซื้อมาแล้วปล่อยให้ใช้เอง แล้วใช้ผิดวิธี
สำหรับคนทำงาน
ถ้าคุณเป็นคนทำงานที่ต้องดูแลสุขภาพเพราะความเครียด หรือนั่งทำงานนานๆ ควรเลือกเครื่องที่:
- พกพาสะดวก ถ้าต้องเดินทางบ่อย
- เชื่อมต่อแอปได้ จะได้ดูกราฟเทรนด์ความดันในแต่ละวัน
- เก็บค่าย้อนหลังได้เยอะ จะได้เอาไปให้หมอดูตอนไปตรวจ
และที่สำคัญคือ ต้องเป็นเครื่องที่วัดง่าย รวดเร็ว เพราะคนทำงานมักไม่มีเวลามาก
สำหรับครอบครัว
ถ้าซื้อไว้ให้ทั้งบ้านใช้ ควรเลือกเครื่องที่:
- มีหน่วยความจำหลายคน แยกเก็บค่าได้ไม่ปนกัน
- มีขนาดรัดแขนปรับได้หลายไซส์
- ทนทาน เพราะจะมีหลายคนใช้บ่อย
- ราคาไม่แพงเกินไป แต่คุณภาพดี
เทคนิคการวัดให้ได้ค่าที่แม่นยำ
แค่มีเครื่องดีๆ ไม่พอนะ ต้องรู้วิธีวัดที่ถูกต้องด้วย ไม่งั้นค่าที่ได้ก็จะไม่แม่นอยู่ดี
ก่อนวัด
- นั่งพักอย่างน้อย 5 นาที อย่าวัดทันทีหลังออกกำลังกายหรือเดินขึ้นบันได
- ไปห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อน เพราะกระเพาะปัสสาวะที่เต็มจะทำให้ความดันสูงขึ้น
- หลีกเลี่ยงกาแฟหรือบุหรี่อย่างน้อย 30 นาทีก่อนวัด
ขณะวัด
- นั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักพิง เท้าแบนราบกับพื้น ไม่ไขว้ขา
- วางแขนบนโต๊ะให้ระดับเดียวกับหัวใจ
- อย่าพูดหรือขยับตัวระหว่างวัด
- ถ้าใช้แบบข้อมือ ต้องยกข้อมือให้ระดับหัวใจ
หลังวัด
- วัดซ้ำอีกครั้งหลังจากพัก 1-2 นาที
- เฉลี่ยค่าทั้งสองครั้ง จะได้ค่าที่แม่นยำกว่า
- บันทึกค่าพร้อมวันที่และเวลา
อย่าลืมเช็คเรื่องพวกนี้ก่อนตัดสินใจ
ก่อนจะกดซื้อ ลองเช็คเช็คลิสต์ง่ายๆ นี้ดู ว่าเครื่องที่กำลังจะซื้อมีครบไหม
- ✓ มีมาตรฐานการรับรอง (FDA, CE, อ.ย.)
- ✓ ขนาดรัดแขนเหมาะกับผู้ใช้
- ✓ จอแสดงผลอ่านง่าย
- ✓ เก็บค่าย้อนหลังได้อย่างน้อย 60 ค่า
- ✓ มีระบบตรวจจับการเต้นผิดจังหวะ
- ✓ ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้ใช้
- ✓ มีการรับประกัน
- ✓ หาซื้อแบตเตอรี่ทดแทนได้ง่าย
สรุปแบบกระชับ
เลือกซื้อเครื่องวัดความดันไม่ยากอย่างที่คิด แค่รู้ว่าต้องดูอะไรบ้าง เริ่มจากเลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน ถ้าวัดที่บ้านเป็นหลักให้เลือกแบบรัดแขน แต่ถ้าต้องพกพาบ่อยก็เลือกแบบข้อมือได้
อย่าลืมดูขนาดรัดแขนให้พอดีตัว เพราะนี่คือจุดสำคัญที่จะทำให้ค่าที่วัดได้แม่นยำหรือไม่ และต้องมีมาตรฐานการรับรองด้วย อย่าเสี่ยงซื้อเครื่องที่ไม่มีตรารับรองเด็ดขาด
สำหรับฟีเจอร์เสริม ให้เลือกตามความต้องการจริง ถ้าซื้อให้ผู้สูงอายุก็เน้นความง่าย ถ้าเป็นคนทำงานก็อาจจะเลือกแบบมีแอปเชื่อมต่อ ถ้าใช้ทั้งครอบครัวก็หาแบบเก็บค่าหลายคนได้
และสิ่งสำคัญที่สุดคือ แม้จะมีเครื่องดีแค่ไหน ถ้าวัดไม่ถูกวิธีก็จะได้ค่าที่ผิดพลาดอยู่ดี ต้องวัดในท่าที่ถูกต้อง เวลาที่เหมาะสม และบันทึกค่าไว้เป็นประจำ
ตอนนี้คุณน่าจะพอเห็นภาพแล้วว่า เครื่องวัดความดันแบบไหนเหมาะกับคุณ ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละรุ่นได้เลย เลือกให้เหมาะกับงบ เหมาะกับการใช้งาน แล้วเริ่มดูแลสุขภาพของคุณและคนที่คุณรักได้ตั้งแต่วันนี้








