เคยมั้ย… อยากทานของทอดแบบไม่รู้สึกผิด? ไก่ทอดกรอบๆ เฟรนช์ฟรายส์ร้อนๆ หรือหมูกรอบที่หนังกรุบกรับ แค่คิดก็น้ำลายสอแล้ว แต่พอนึกถึงน้ำมันที่ต้องใช้ทอด แล้วก็ไขมันที่จะเข้าร่างกาย… ก็ถอยดีกว่า จริงมั้ย?
นั่นแหละครับ/ค่ะ สาเหตุที่ทำให้หม้อทอดไร้น้ำมันกลายเป็นของมัสต์แฮฟในครัวยุคนี้ ไม่ว่าจะอยู่คอนโดเล็กๆ บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ หรือห้องพักแบบสตูดิโอ มันช่วยให้เราทานของทอดได้แบบสบายใจขึ้นเยอะ ลดไขมันไปได้เกือบ 80-90% โดยที่รสชาติยังอร่อยกรอบเหมือนทอดน้ำมันจริงๆ
แต่พอจะซื้อสักเครื่อง กลับเจอตัวเลือกเยอะแยะมากมาย ตั้งแต่หลักร้อยปลายๆ ไปจนถึงหลายพัน แบรนด์ก็มีให้เลือกตั้งแต่แบรนด์ดังระดับโลกไปจนถึงแบรนด์ใหม่ที่ราคาน่าคบหา คำถามก็คือ… แล้วจะเลือกยังไงดีล่ะ?
บทความนี้รวบรวมหม้อทอดไร้น้ำมัน 7 รุ่นน่าสนใจมาให้แล้ว คละขนาดตั้งแต่ 4.2 ลิตรไปจนถึง 8 ลิตร ทั้งแบบปุ่มหมุนใช้งานง่าย แบบทัชสกรีนดูทันสมัย และแบบ 2in1 ที่ทั้งทอดทั้งย่างได้ในเครื่องเดียว มีทั้งแบรนด์ดังอย่าง Philips กับ Tefal และแบรนด์คุณภาพดีราคาเข้าถึงง่ายอย่าง Simplus, Bear, KASHIWA และ Imarflex
ไม่ว่าจะเป็นเด็กหอที่อยากทำอาหารเองในห้อง คนทำงานที่กลับบ้านดึกอยากทานอะไรง่ายๆ พ่อแม่ที่อยากให้ลูกทานของทอดแบบไม่ต้องห่วงสุขภาพมาก หรือผู้สูงอายุที่ต้องการเครื่องใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก ลิสต์นี้มีตัวเลือกที่ใช่สำหรับทุกคนแน่นอน
1. หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips รุ่น NA120
หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips รุ่น NA120 ถ้าพูดถึงหม้อทอดไร้น้ำมันตัวจริง Philips คือเจ้าตลาดที่คนนึกถึงเป็นอันดับแรก รุ่น NA120 นี้ใช้เทคโนโลยี RapidAir ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ช่วยให้ลมร้อนหมุนเวียนทั่วทั้งตะกร้า อาหารสุกทั่วถึงทุกชิ้น ไม่มีบางส่วนไหม้ บางส่วนยังดิบแบบที่เจอกับเครื่องถูกๆ บางรุ่น ใครที่ซื้อหม้อทอดมาแล้วผิดหวังเพราะผลลัพธ์ไม่เหมือนทอดน้ำมันจริง ลองตัวนี้ดูจะเข้าใจเลยว่าทำไมคนถึงยอมจ่ายแพงกว่า หน้าจอแสดงผล 12 ฟังก์ชันเมนูให้เลือก กดปุ๊บรอแป๊บ ไม่ต้องเดาเวลากับอุณหภูมิเอง ความจุ 4.2 ลิตรพอดีสำหรับครอบครัวเล็ก 2-3 คน หรือใครอยู่คนเดียวก็ทำทีละมากๆ แล้วเก็บไว้อุ่นทานได้หลายมื้อ
- สีตัวเครื่อง: ดำ ดีไซน์เรียบหรูดูแพง
- ความจุ: 4.2 ลิตร เหมาะกับครอบครัวเล็ก 2-3 คน
- ขนาดตัวเครื่องโดยประมาณ: กว้าง 29.5 x ลึก 29.5 x สูง 33.5 ซม.
- น้ำหนักโดยประมาณ: 4.5 กิโลกรัม
- เทคโนโลยี RapidAir หมุนเวียนลมร้อน 360 องศา
- หน้าจอดิจิทัล 12 ฟังก์ชันเมนู ลดไขมันสูงสุด 90%
- รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี
2. หม้อทอดไร้น้ำมัน Tefal รุ่น EY501D66
หม้อทอดไร้น้ำมัน Tefal รุ่น EY501D66 เป็นรุ่น 2in1 ที่ทั้งทอดและย่างได้ในเครื่องเดียว สำหรับคนที่อยากได้ความหลากหลายในการทำอาหารแต่พื้นที่ครัวมีจำกัด ไม่อยากซื้อเครื่องหลายตัวมาวางให้เกะกะ รุ่นนี้ตอบโจทย์สุดๆ เปลี่ยนจากโหมดทอดไปโหมดย่างได้ง่ายๆ แค่เปลี่ยนแผ่นกระทะ อยากทำสเต็กหมู สเต็กไก่ หรือย่างผักก็ทำได้สบาย ลายกริลล์สวยงามเหมือนย่างบนเตาจริง แบรนด์ Tefal เป็นแบรนด์ฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงด้านเครื่องครัวมานาน คุณภาพไว้ใจได้ โดยเฉพาะเรื่องเคลือบผิวกระทะที่ไม่ติดอาหารและทำความสะอาดง่าย ใครเคยใช้กระทะ Tefal จะเข้าใจดีว่าคุณภาพเป็นยังไง
- สีตัวเครื่อง: ดำ-เงิน ดีไซน์ทันสมัย
- ความจุ: 4.2 ลิตร ใช้ได้ทั้งครอบครัวเล็กและคนอยู่คนเดียว
- ขนาดตัวเครื่องโดยประมาณ: กว้าง 27 x ลึก 38 x สูง 34 ซม.
- น้ำหนักโดยประมาณ: 5 กิโลกรัม
- ฟังก์ชัน 2in1 ทั้งทอดและย่างได้ในเครื่องเดียว
- แผ่นกริลล์เคลือบพิเศษไม่ติดอาหาร ล้างง่าย
- รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี (แล้วแต่เงื่อนไขผู้นำเข้า)
3. หม้อทอดไร้น้ำมัน Simplus รุ่น Gen-S N1 Pro
หม้อทอดไร้น้ำมัน Simplus รุ่น Gen-S N1 Pro ถ้าอยากได้หม้อทอดที่ดูแล้วรู้ว่าอาหารสุกแค่ไหนโดยไม่ต้องเปิดฝาออกมาดู รุ่นนี้มีหน้าต่างกระจกนิรภัยให้มองเห็นด้านในได้ชัดเจน ไม่ต้องกลัวว่าเปิดบ่อยแล้วความร้อนจะหนีออก อาหารไม่กรอบ ดีไซน์หน้าตาน่ารักมาก สีเทาหรือสีขาวเข้ากับครัวได้หลายสไตล์ ปุ่มควบคุมเป็นแบบหมุนคู่ ตั้งเวลาและอุณหภูมิแยกกัน ปรับได้ละเอียด ความจุ 5 ลิตรถือว่าใช้งานได้หลากหลาย ทำไก่ทั้งตัวเล็กๆ ก็ยังได้ ราคาเข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับฟีเจอร์ที่ได้ เหมาะกับคนที่อยากลองใช้หม้อทอดไร้น้ำมันดีๆ แต่ยังไม่อยากลงทุนหนักมาก
- สีตัวเครื่อง: เทา/ขาว ดีไซน์มินิมอลน่ารัก
- ความจุ: 5 ลิตร เหมาะกับครอบครัว 3-4 คน
- ขนาดตัวเครื่องโดยประมาณ: กว้าง 35 x ลึก 28 x สูง 32 ซม.
- น้ำหนักโดยประมาณ: 4 กิโลกรัม
- หน้าต่างกระจกนิรภัย มองเห็นอาหารด้านในได้
- ปุ่มควบคุมคู่ ปรับเวลาและอุณหภูมิได้อิสระ
- รับประกันสินค้า 1 ปี (แล้วแต่เงื่อนไขผู้นำเข้า)
4. หม้อทอดไร้น้ำมัน Bear รุ่น Air Fryer 5L
หม้อทอดไร้น้ำมัน Bear รุ่น Air Fryer 5L แบรนด์ Bear เป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีนที่กำลังมาแรงมากในไทย หลายคนอาจเคยเห็นหม้อหุงข้าวหรือกาต้มน้ำของแบรนด์นี้ผ่านตามาบ้าง หม้อทอดรุ่นนี้ดีไซน์สีขาวครีมดูสะอาดตา เข้ากับครัวสไตล์มินิมอลได้ลงตัว กำลังไฟ 1500 วัตต์ทำให้ความร้อนขึ้นเร็ว อาหารสุกไว ไม่ต้องรอนานจนหิวตายไปก่อน ปุ่มปรับแบบหมุนใช้งานง่าย เข้าใจได้ทันทีแม้ไม่ได้อ่านคู่มือ ความจุ 5 ลิตรเพียงพอสำหรับทำอาหารให้ครอบครัวเล็กหรือทำปาร์ตี้เล็กๆ กับเพื่อนฝูง บางร้านแถมกระดาษรองทอดมาด้วย สะดวกมากไม่ต้องหาซื้อเพิ่ม
- สีตัวเครื่อง: ขาวครีม ดีไซน์น่ารักสะอาดตา
- ความจุ: 5 ลิตร ใช้ได้หลากหลาย
- ขนาดตัวเครื่องโดยประมาณ: กว้าง 33 x ลึก 27 x สูง 31 ซม.
- น้ำหนักโดยประมาณ: 3.8 กิโลกรัม
- กำลังไฟ 1500 วัตต์ ความร้อนขึ้นเร็ว
- ปุ่มควบคุมแบบหมุน ปรับระดับความร้อนได้ 5 ระดับ
- รับประกันสินค้า 1 ปี (แล้วแต่เงื่อนไขผู้นำเข้า)
5. หม้อทอดไร้น้ำมัน KASHIWA รุ่น KW-803
หม้อทอดไร้น้ำมัน KASHIWA รุ่น KW-803 ถ้าบ้านมีคนเยอะ ครอบครัวใหญ่ หรือชอบทำอาหารทีละเยอะๆ รุ่นนี้ความจุ 8 ลิตรจัดว่าใหญ่มากเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นในลิสต์ ทำไก่ทอดทั้งตัวก็ยังใส่ได้สบาย หรือจะทำเฟรนช์ฟรายส์ให้ทั้งบ้านทานก็ไม่ต้องทำหลายรอบ มีช่องใสด้านบนให้มองเห็นอาหารระหว่างทำ ไม่ต้องเปิดฝาบ่อยๆ KASHIWA เป็นแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี มีศูนย์บริการในประเทศ หาอะไหล่หรือซ่อมบำรุงได้ไม่ยาก ใครกังวลเรื่องการดูแลรักษาหลังซื้อก็วางใจได้ ราคาถือว่าคุ้มมากเมื่อเทียบกับความจุที่ได้
- สีตัวเครื่อง: ดำ ดูแข็งแรงทนทาน
- ความจุ: 8 ลิตร ใหญ่มาก เหมาะกับครอบครัว 4-6 คน
- ขนาดตัวเครื่องโดยประมาณ: กว้าง 38 x ลึก 32 x สูง 35 ซม.
- น้ำหนักโดยประมาณ: 5.5 กิโลกรัม
- ช่องใสด้านบน มองเห็นอาหารได้ชัดเจน
- หน้าจอดิจิทัลทัชสกรีน ตั้งเวลาและอุณหภูมิได้
- รับประกันสินค้า 1 ปี
6. หม้อทอดไร้น้ำมัน KASHIWA รุ่น KW-822
หม้อทอดไร้น้ำมัน KASHIWA รุ่น KW-822 อีกหนึ่งรุ่นจาก KASHIWA ที่ความจุ 6 ลิตร พอดีกว่ารุ่น 8 ลิตร สำหรับบ้านที่ไม่ได้ต้องการขนาดใหญ่มาก แต่ก็ไม่อยากได้เล็กจนเกินไป รุ่นนี้ถือเป็นจุดกลางที่พอดี ทำอาหารให้ครอบครัว 3-4 คนได้สบายๆ ไม่ต้องทำหลายรอบ ตัวเครื่องขนาดไม่ใหญ่มาก วางบนเคาน์เตอร์ครัวคอนโดได้ไม่เปลืองพื้นที่เกินไป ระบบควบคุมใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน คนที่ไม่ค่อยถนัดเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ใช้ได้สบาย ราคาย่อมเยาเป็นมิตรกับกระเป๋า เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มลองใช้หม้อทอดไร้น้ำมัน
- สีตัวเครื่อง: ดำ ดีไซน์เรียบเท่
- ความจุ: 6 ลิตร ขนาดกำลังดี
- ขนาดตัวเครื่องโดยประมาณ: กว้าง 34 x ลึก 28 x สูง 33 ซม.
- น้ำหนักโดยประมาณ: 4.5 กิโลกรัม
- ระบบควบคุมแบบทัชสกรีน ใช้งานง่าย
- ตะกร้าเคลือบกันติด ล้างทำความสะอาดง่าย
- รับประกันสินค้า 1 ปี
7. หม้อทอดไร้น้ำมัน Imarflex รุ่น AF-204
หม้อทอดไร้น้ำมัน Imarflex รุ่น AF-204 ปิดท้ายลิสต์ด้วยรุ่นจาก Imarflex แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวที่คนไทยรู้จักกันมานาน ตั้งแต่หม้อหุงข้าวไปจนถึงเตาปิ้งย่าง รุ่น AF-204 ความจุ 4.5 ลิตร ขนาดกะทัดรัดเหมาะกับคนอยู่คนเดียวหรือคู่รักที่พึ่งแต่งงาน ใช้พื้นที่วางไม่มาก ดีไซน์เรียบง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน ปุ่มควบคุมแบบหมุนตั้งเวลาและอุณหภูมิได้ตรงไปตรงมา เหมาะกับคนที่อยากได้หม้อทอดไร้น้ำมันเครื่องแรก ไม่ต้องการฟังก์ชันเยอะแยะ แค่ทำของทอดง่ายๆ ได้ก็พอ ราคาประหยัดมากเมื่อเทียบกับรุ่นอื่น เหมาะกับงบจำกัดหรืออยากลองใช้ดูก่อน
- สีตัวเครื่อง: ดำ ดีไซน์เรียบง่าย
- ความจุ: 4.5 ลิตร ขนาดกะทัดรัด
- ขนาดตัวเครื่องโดยประมาณ: กว้าง 32 x ลึก 26 x สูง 30 ซม.
- น้ำหนักโดยประมาณ: 3.5 กิโลกรัม
- ปุ่มควบคุมแบบหมุน ใช้งานง่าย
- ตะกร้าถอดล้างได้ ทำความสะอาดสะดวก
- รับประกันสินค้า 1 ปี (แล้วแต่เงื่อนไขผู้นำเข้า)
วิธีเลือกซื้อหม้อทอดไร้น้ำมันให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025
ทำไมหม้อทอดไร้น้ำมันถึงกลายเป็นของต้องมี?
บอกตรงๆ เลยว่าถ้าย้อนกลับไปสัก 5 ปีก่อน หม้อทอดไร้น้ำมันยังเป็นของแปลกใหม่ที่หลายคนยังสงสัยว่า “มันทอดได้จริงเหรอ ไม่ใส่น้ำมันเลย?” แต่พอปี 2025 นี้ กลายเป็นว่าบ้านไหนไม่มีกลับดูแปลกไปแล้ว เพราะมันช่วยเรื่องสุขภาพได้จริงๆ ไม่ใช่แค่คำโฆษณา
เคยมั้ยที่อยากทานของทอดมากๆ แต่พอนึกถึงน้ำมันที่ต้องใช้ แล้วก็คราบไขมันที่จะติดกระทะ ควันที่จะฟุ้งทั่วครัว สุดท้ายก็เลิกคิดไปเลย? หม้อทอดไร้น้ำมันมันเข้ามาแก้ปัญหาพวกนี้ได้หมด ทำเสร็จแล้วไม่มีควัน ไม่มีกลิ่นติดผ้าม่าน ไม่ต้องเหนื่อยล้างกระทะมัน ที่สำคัญคือลดไขมันลงไปได้เยอะมากจริงๆ
แต่ปัญหาที่หลายคนเจอคือ… ตัวเลือกมันเยอะเหลือเกิน! ตั้งแต่หลักร้อยปลายๆ ไปจนถึงเกือบหมื่น แบรนด์ก็มีให้เลือกเพียบ ขนาดก็หลากหลาย ฟังก์ชันก็แตกต่างกันไป แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าตัวไหนเหมาะกับเรา?
ขนาดความจุ เลือกยังไงให้พอดีกับบ้าน?
เรื่องแรกที่ต้องคิดเลยคือขนาดความจุ อย่าเพิ่งรีบเลือกตัวใหญ่สุดเพราะคิดว่า “ใหญ่ไว้ก่อนดีกว่า” เพราะถ้าอยู่คนเดียวแล้วซื้อตัว 8 ลิตรมา มันก็กินพื้นที่ครัวไปเปล่าๆ แถมยังเปลืองไฟอีกต่างหาก
ลองนึกภาพแบบนี้ครับ/ค่ะ ถ้าอยู่คนเดียวหรืออยู่กัน 2 คน ขนาด 3-4.5 ลิตรก็พอแล้ว ทำไก่ทอดสัก 4-5 ชิ้นก็ได้ ทำเฟรนช์ฟรายส์จานนึงก็พอดี ไม่ต้องทำหลายรอบให้เสียเวลา
บ้านมีคน 3-4 คน ขนาด 5-6 ลิตรน่าจะพอดี ทำอาหารมื้อเดียวให้ทุกคนทานพร้อมกันได้ ไม่ต้องมานั่งรอรอบต่อรอบจนเย็นหมด
ครอบครัวใหญ่ 5 คนขึ้นไป หรือชอบจัดปาร์ตี้บ่อยๆ ขนาด 7-8 ลิตรขึ้นไปถึงจะพอ ทำไก่ทั้งตัวได้เลย หรือทำของทอดเยอะๆ ไว้เสิร์ฟแขกก็ไม่ต้องวุ่นวาย
ระบบควบคุม แบบไหนเหมาะกับใคร?
หม้อทอดไร้น้ำมันมีระบบควบคุมหลักๆ อยู่ 2 แบบ คือแบบปุ่มหมุนกับแบบทัชสกรีน
แบบปุ่มหมุน เหมาะกับคนที่ชอบความเรียบง่าย ไม่ต้องการอะไรซับซ้อน หมุนตั้งเวลา หมุนตั้งอุณหภูมิ เสร็จ! คนที่บ้านมีผู้สูงอายุหรือคนที่ไม่ค่อยถนัดเทคโนโลยี แบบนี้ใช้ง่ายกว่าเยอะ ไม่ต้องมานั่งไล่กดหาเมนู
แบบทัชสกรีน ดูทันสมัยกว่า มักจะมีเมนูตั้งไว้ล่วงหน้าให้เลือก เช่น โหมดทอดไก่ โหมดทอดปลา โหมดอบขนม กดปุ่มเดียวเครื่องจะตั้งเวลากับอุณหภูมิให้อัตโนมัติ สะดวกสำหรับคนที่ไม่แน่ใจว่าอาหารแต่ละอย่างต้องใช้ความร้อนเท่าไหร่ แต่ก็ต้องระวังเรื่องความทนทานนิดนึง หน้าจอทัชบางรุ่นอาจเสียง่ายกว่าปุ่มหมุน
ฟีเจอร์เสริมที่ควรดู
นอกจากเรื่องพื้นฐานแล้ว ลองดูฟีเจอร์เสริมเหล่านี้ด้วย อาจช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
หน้าต่างใส – บางรุ่นมีกระจกให้มองเห็นด้านใน ดีตรงที่ไม่ต้องเปิดฝาออกมาดูบ่อยๆ ความร้อนไม่หนี อาหารสุกทั่วถึงกว่า
ตะกร้าแยกชั้น – บางรุ่นมีตะกร้า 2 ชั้นให้ทำอาหารได้พร้อมกัน 2 อย่าง ประหยัดเวลาดีเหมือนกัน
ฟังก์ชัน 2in1 – บางรุ่นเปลี่ยนแผ่นได้ ทั้งทอดและย่างในเครื่องเดียว ประหยัดพื้นที่ไม่ต้องซื้อเครื่องย่างแยก
การเคลือบผิวตะกร้า – ดูว่าเคลือบกันติดดีมั้ย เพราะถ้าเคลือบไม่ดี อาหารจะติดตะกร้าหนักมาก ล้างยาก ใช้ไปไม่นานก็รำคาญเลิกใช้
Checklist ก่อนตัดสินใจซื้อ
ก่อนควักเงินซื้อ ลองถามตัวเองดูด้วยคำถามเหล่านี้:
- บ้านมีกี่คน ทำอาหารให้กี่คนทานบ่อยๆ?
- พื้นที่ครัวมีเหลือมากแค่ไหน วางตัวใหญ่ได้มั้ย?
- ใครในบ้านเป็นคนใช้บ่อยที่สุด ถนัดเทคโนโลยีมั้ย?
- อยากได้แค่ทอดอย่างเดียว หรืออยากได้ฟังก์ชันอื่นด้วย?
- งบประมาณอยู่ที่เท่าไหร่?
- แบรนด์มีศูนย์บริการในไทยมั้ย หาอะไหล่ได้ง่ายมั้ย?
ข้อผิดพลาดที่คนมักทำตอนซื้อหม้อทอดไร้น้ำมัน
เห็นหลายคนซื้อมาแล้วมาบ่นทีหลังว่าเสียดายเงิน ส่วนใหญ่มาจากสาเหตุเหล่านี้:
ซื้อเล็กเกินไป – คิดว่าประหยัดพื้นที่ แต่สุดท้ายต้องทำหลายรอบทุกครั้ง เสียเวลากว่าเดิม ยิ่งครอบครัวใหญ่ยิ่งลำบาก
ซื้อใหญ่เกินไป – อยู่คนเดียวแต่ซื้อตัว 8 ลิตรมา วางกินพื้นที่ครัวไปครึ่งหนึ่ง สุดท้ายใช้ไม่บ่อยเพราะรู้สึกว่ายุ่งยาก
ไม่ดูเรื่องการทำความสะอาด – บางรุ่นตะกร้าถอดล้างยากมาก ต้องล้างทั้งเครื่อง ใช้ไปสักพักก็ขี้เกียจล้าง เลิกใช้ไปเลย
หลงฟังก์ชันเยอะ – บางคนซื้อรุ่นฟังก์ชันเพียบราคาแพง แต่สุดท้ายใช้แค่โหมดทอดอย่างเดียว ฟังก์ชันอื่นไม่เคยแตะเลย
เทคนิคใช้หม้อทอดไร้น้ำมันให้อร่อย
ซื้อมาแล้วอยากให้อาหารออกมาอร่อยเหมือนทอดน้ำมันจริง ลองทำตามนี้ดู:
อย่าใส่อาหารแน่นเกินไป – ถ้าอัดจนเต็มตะกร้า ลมร้อนจะเวียนไม่ทั่ว บางชิ้นสุก บางชิ้นยังดิบ ใส่ประมาณ 2/3 ของตะกร้าพอ
พ่นน้ำมันนิดหน่อย – แม้จะเรียกว่าไร้น้ำมัน แต่พ่นน้ำมันบางๆ สักนิดจะช่วยให้กรอบขึ้นเยอะ โดยเฉพาะพวกเฟรนช์ฟรายส์หรือปีกไก่
พลิกอาหารระหว่างทำ – ครึ่งเวลาแล้วเปิดมาพลิกสักที จะช่วยให้สุกทั่วถึงและกรอบสม่ำเสมอ
อุ่นเครื่องก่อน – เปิดให้ร้อนสัก 2-3 นาทีก่อนใส่อาหาร จะช่วยให้ผลลัพธ์ดีกว่าใส่อาหารตั้งแต่เครื่องยังเย็น
สรุปแล้ว เลือกยังไงดี?
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะพอเห็นภาพชัดขึ้นแล้วว่าหม้อทอดไร้น้ำมันแบบไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ไม่มีคำตอบตายตัวว่ารุ่นไหนดีที่สุด เพราะมันขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน
คนอยู่คนเดียว งบไม่เยอะ อยากลองใช้ดูก่อน เลือกขนาด 4-5 ลิตร แบบปุ่มหมุนธรรมดาก็พอ
ครอบครัวเล็กๆ อยากได้แบรนด์ดีหน่อย มีงบพอจ่าย เลือกตัวที่มีเทคโนโลยีดีๆ รับประกันนานๆ คุ้มกว่าในระยะยาว
ครอบครัวใหญ่ ชอบทำอาหารบ่อยๆ เลือกขนาด 6-8 ลิตร อาจจะหาตัวที่มีฟังก์ชันเสริมอย่าง 2in1 ได้ใช้ประโยชน์หลากหลาย
สุดท้ายนี้ อยากบอกว่าหม้อทอดไร้น้ำมันมันไม่ได้แค่ทอดอาหารได้อย่างเดียว มันอบขนม อุ่นพิซซ่า ทำเนื้อย่าง ปิ้งขนมปังกรอบๆ ได้หมดเลย ใครที่ยังลังเลอยู่ ลองหาตัวที่เหมาะกับงบและความต้องการ แล้วซื้อมาลองใช้ดู รับรองว่าจะกลายเป็นเครื่องใช้ที่ขาดไม่ได้ในครัวของคุณแน่นอน
ด้านบนเรารวบรวมหม้อทอดไร้น้ำมัน 7 รุ่นน่าสนใจมาให้แล้ว ลองกดเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ดังอย่าง Philips, Tefal หรือแบรนด์คุณภาพดีราคาเข้าถึงง่ายอย่าง Simplus, Bear, KASHIWA, Imarflex ก็มีให้เลือกครบ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะครับ








