Home รีวิว Philips HR2223 เครื่องปั่น 2L 700W ปั่นน้ำแข็งเนียน คุ้มมั้ยปี 2026

รีวิว Philips HR2223 เครื่องปั่น 2L 700W ปั่นน้ำแข็งเนียน คุ้มมั้ยปี 2026

by admin
A+A-
Reset

เริ่มต้นที่ไหน? เครื่องปั่นเก่าเพิ่งพังกลางสูตรสมูทตี้

เครื่องปั่นเก่าในคอนโดผมทำงานมา 3 ปีกว่า สัปดาห์ที่แล้วพังกลางคันตอนกำลังปั่นสมูทตี้ผลไม้ตอนเช้า ใบมีดหมุนแต่มอเตอร์มีเสียงครางผิดปกติ แล้วก็ดับไปเอง เปิดใหม่ก็ไม่ทำงาน เลยตัดสินใจหาเครื่องใหม่แบบจริงจัง

ผมเป็นคนทำงานออฟฟิศ อยู่คอนโด 30 ตรม. ครัวเล็กแบบ pantry counter พื้นที่วางของจำกัดมาก แต่ก็ชอบทำสมูทตี้ตอนเช้า ปั่นซุปตอนเย็น แล้วช่วงหน้าร้อนชอบทำพวกของหวานเย็น สเลอปี้ น้ำผลไม้ปั่นน้ำแข็ง เลยอยากได้เครื่องที่ปั่นน้ำแข็งได้ดีจริงๆ ไม่ใช่แค่ปั่นผลไม้นิ่มๆ

ที่เลือก Philips HR2223 เพราะดูสเปกแล้วลงตัวกับ use case ผม โถ 2 ลิตร ใหญ่พอสำหรับปั่นทีเดียวไว้ดื่มได้หลายแก้ว มอเตอร์ 700W ระดับกลาง ใบมีด 4 แฉก ProBlend Crush มีปุ่ม Ice Crush แยก กับปุ่ม Quick Clean ทำความสะอาด เคยใช้เครื่องปั่นมา 3 รุ่น ตั้งแต่ personal blender เครื่องเล็กถึง full-size รุ่นนี้รู้สึกว่าตอบโจทย์คนคอนโดแบบผมที่ไม่ได้อยากได้เครื่อง pro ราคาแพง แต่ก็ไม่อยากได้ของเล็กที่ปั่นน้ำแข็งไม่ขึ้น

ใช้มาประมาณ 5 สัปดาห์แล้ว ปั่นเฉลี่ยวันละครั้ง บางวันสองครั้ง ทั้งสมูทตี้ผลไม้ ซุปฟักทอง น้ำแข็งใส่กาแฟเย็น มีทั้งจุดที่ชอบและจุดที่ติดใจ ในรีวิวนี้ผมจะเล่าตามที่ใช้จริง ไม่กลบข้อเสีย

Philips HR2223 เครื่องปั่น 2L คอนโด

สรุปสั้นๆ ก่อนอ่านยาว — Philips HR2223 เป็นยังไง

เครื่องปั่นโถใหญ่ขนาด 2 ลิตร มอเตอร์ 700W ที่เน้นจุดขายเรื่องการปั่นน้ำแข็งและความเนียนของสมูทตี้ มีปุ่ม Ice Crush แยก ปุ่ม Quick Clean ล้างเครื่องอัตโนมัติ และระบบป้องกันมอเตอร์ร้อนเกิน เหมาะกับคนที่ปั่นทุกวัน อยู่คอนโดถึงบ้านขนาดกลาง ครัวมีพื้นที่พอวางได้ ไม่เหมาะกับคนที่ปั่นแค่นานๆ ครั้ง หรือคนที่ครัวเล็กมากจริงๆ เพราะเครื่องค่อนข้างกินที่ ใช้แล้วผมให้ 8.2/10

สเปก Philips HR2223 + จุดเด่นแบบรู้จริง

มาดูสเปกหลักก่อน เพื่อให้เข้าใจตรงกันว่าเรากำลังพูดถึงเครื่องระดับไหน

  • โถปั่น 2 ลิตร: โถพลาสติกความจุใหญ่ ใส่ผลไม้ทำสมูทตี้ทีเดียว 4-5 แก้วได้สบาย — สำหรับคนในบ้าน 1-2 คนแบบผม จริงๆ ไม่จำเป็นต้องเต็มโถ ปั่นครึ่งโถก็พอแล้ว
  • มอเตอร์ 700W: กำลังกลางๆ ของเครื่องระดับ Series 5000 — ไม่ได้แรงระดับ pro แต่พอกับการปั่นผลไม้+น้ำแข็งใช้ในบ้าน
  • ใบมีด 4 แฉก ProBlend Crush: ออกแบบใหม่ Philips เคลมว่าปั่นเนียนกว่ารุ่นก่อน 40% (ตัวเลขจากผู้ผลิต) — ใช้จริงผมรู้สึกเนียนกว่าเครื่องเก่าที่เป็นใบ 4 แฉกเหมือนกัน แต่อันนี้องศาคมต่างไป
  • 5 ระดับความเร็ว + ปุ่ม Pulse: พอกับการใช้งานหลายแบบ ตั้งแต่ปั่นโยเกิร์ตเบาๆ ถึงปั่นน้ำแข็งหนัก
  • ปุ่ม Ice Crush แยก: ฟังก์ชันนี้คือเหตุผลหลักที่ผมเลือกรุ่นนี้ — กดแล้วเครื่องปั่นเป็นจังหวะอัตโนมัติ ไม่ต้อง pulse เอง
  • ปุ่ม Quick Clean: ใส่น้ำกับน้ำยาล้างจาน 1-2 หยด กดปุ่ม เครื่องล้างเอง — ฟังก์ชันที่ทำให้ผมขี้เกียจน้อยลงในการล้างเครื่อง
  • MTP — Motor overheat protection: ระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อมอเตอร์ร้อนเกิน — มีประโยชน์เวลาเผลอใช้ติดต่อกันนาน

ที่ Philips ขายอย่างหนักคือคำว่า ProBlend Crush technology — แปลตรงๆ คือเทคโนโลยีใบมีด+มอเตอร์ที่ออกแบบให้ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่แค่เพิ่ม watt อย่างเดียว ส่วนตัวผมเชื่อมุมนี้ เพราะเคยใช้เครื่องที่ watt เยอะกว่าแต่ปั่นไม่เนียน ปัญหาอยู่ที่ใบมีดไม่ได้ออกแบบดี

ดีไซน์ + First Impression — แกะกล่องครั้งแรกเป็นยังไง

กล่องมาแบบเรียบๆ ในกล่องมีตัวเครื่องฐาน โถพลาสติก 2 ลิตรพร้อมฝา ใบมีดถอดได้ คู่มือ และใบรับประกัน 2 ปี ตัวเครื่องสีขาว+ดำ ดีไซน์ minimal ไม่หวือหวา วางในครัวคอนโดผมแล้วไม่ขัดสายตา

ฐานเครื่องน้ำหนักพอประมาณ ตั้งบนเคาน์เตอร์มั่นคงไม่สั่นเวลาปั่น ขนาดฐานกว้างกว่าเครื่อง personal blender ที่ผมเคยใช้ชัดเจน ในคอนโดผมเคาน์เตอร์ครัวกว้างประมาณ 60 ซม. วางเครื่องนี้แล้วยังเหลือพื้นที่หั่นผลไม้ได้ — แต่ถ้าครัวแคบกว่า 50 ซม. คงต้องคิดหน่อยว่าจะวางที่ไหน

โถพลาสติกใส มีขีดบอกระดับชัด ฝาล็อกง่ายไม่ฝืด มีจุกตรงกลางฝาดึงออกได้เพื่อเติมของระหว่างปั่น (อันนี้ใช้บ่อย เวลาทำสมูทตี้แล้วลืมใส่น้ำผึ้ง) ใบมีดถอดออกล้างได้ ต่างจากเครื่องเก่าผมที่ใบมีดติดโถถอดไม่ได้ ทำความสะอาดยุ่งยาก

จุดที่ first impression แล้วงงนิดคือ ปุ่มควบคุม 3 ปุ่มหลัก (ความเร็ว, Pulse, Ice Crush) ไม่ได้แยกชัดด้วยสี ต้องอ่านป้ายเอา ใช้ครั้งสองครั้งก็จำได้แล้ว แต่ครั้งแรกเปิดใช้ผมกดผิดปุ่มเป็นนิคหนึ่ง

การใช้งานจริง 5 สัปดาห์ — สมูทตี้ ซุป น้ำแข็ง

ส่วนนี้คือเนื้อจริงของรีวิว เพราะเครื่องปั่นต้องดูที่การใช้งานจริง ไม่ใช่สเปก

ปั่นสมูทตี้ผลไม้ — ใช้บ่อยที่สุด เกือบทุกเช้า ผสมกล้วย+เบอร์รี่+โยเกิร์ต+น้ำผึ้ง ใส่น้ำแข็งนิดหน่อย ความเร็ว 4-5 ปั่น 30-40 วินาที ผลลัพธ์เนียนระดับที่ดื่มผ่านหลอดได้ไม่สะดุด ไม่มีก้อนผลไม้เหลือ — เทียบกับเครื่องเก่าที่ผมใช้ก่อนหน้า ต้องปั่นนานกว่า 1 นาทีถึงเนียน รุ่นนี้ทำได้ในครึ่งเวลา

ปั่นน้ำแข็งทำสเลอปี้ — จุดที่ผมห่วงที่สุดก่อนซื้อ เพราะเครื่องราคานี้บางรุ่นปั่นน้ำแข็งไม่ขึ้น ผมลองใส่น้ำแข็งก้อนใหญ่ 8-10 ก้อน + น้ำผลไม้ กดปุ่ม Ice Crush เครื่องปั่นเป็นจังหวะ stop-start อัตโนมัติ ใน 30 วินาทีน้ำแข็งกลายเป็น snowy texture สำหรับสเลอปี้ — ตรงนี้ทำได้ดีกว่าที่ผมคาด

แต่มีจุดสะดุดในสัปดาห์แรก ผมเผลอใส่น้ำแข็งเยอะไปแล้วกดความเร็วสูงเลย เครื่องสะดุด ใบมีดติดน้ำแข็ง ต้องเอาออกมาเขย่าแล้วปั่นใหม่ — บทเรียนคือต้องใช้ Pulse หรือปุ่ม Ice Crush เริ่มก่อน ห้ามกดความเร็วสูงตรงๆ กับน้ำแข็งเต็มๆ

ปั่นซุป — ทำซุปฟักทอง+ซุปแครอท ปั่นหลังต้มสุก ใส่ในโถปั่นปกติ (โถนี้ทนความร้อนระดับซุปร้อนได้ ตามคู่มือ) ความเร็ว 3-4 ปั่น 1 นาที ผลลัพธ์เนียนระดับ velouté ไม่ต้องกรอง — ตรงนี้ทำให้ผมกินซุปบ่อยขึ้น เพราะขั้นตอนหลังต้มเสร็จง่ายมาก

หลังใช้ 2 สัปดาห์ ผมจริงๆ ค้นพบ tip เล็กๆ ที่คู่มือไม่ได้บอกชัด — ใส่ของเหลวลงโถก่อน แล้วค่อยใส่ของแข็ง (ผลไม้, น้ำแข็ง) ใบมีดจะทำงานเรียบกว่า ไม่ติด ไม่สะดุด

เสียงตอนทำงาน — เสียงดังประมาณเครื่องปั่นทั่วไป ไม่ได้เงียบกว่ารุ่นเก่ามาก ตอนกดความเร็วสูงสุดกับน้ำแข็งเสียงเยอะ ไม่แนะนำให้ปั่นตอนคนในบ้านยังนอน คอนโดผมห้องนอนติดกับครัว ปั่นเช้าๆ ต้องปิดประตู

การล้างทำความสะอาด — ปุ่ม Quick Clean ใช้งานจริงดีมาก ใส่น้ำครึ่งโถ + น้ำยาล้างจาน 2 หยด กดปุ่ม เครื่องปั่นเอง 30 วินาที เทออก ล้างน้ำเปล่าอีกรอบ จบ — สำหรับการล้างหลังสมูทตี้ปกติ ฟังก์ชันนี้พอแล้ว แต่ถ้าปั่นซุปข้น หรือทำของที่ติดแน่น ต้องถอดใบมีดออกล้างมือ

ข้อดี + ข้อเสีย หลังใช้จริง

ข้อดี

  • ใบมีด ProBlend Crush ปั่นเนียนจริง: ปั่นสมูทตี้ใช้เวลาครึ่งหนึ่งของเครื่องเก่า เนียนระดับดื่มผ่านหลอดไม่สะดุด — สำหรับคนกินสมูทตี้ทุกวันแบบผม ค่านี้สำคัญกว่าฟังก์ชันอื่น
  • ปุ่ม Ice Crush ทำงานอัตโนมัติ: กดปุ่มเดียวเครื่องปั่นเป็นจังหวะให้เอง ไม่ต้อง pulse เอง — ทำให้ทำเครื่องดื่มเย็นช่วงหน้าร้อนสะดวกขึ้น ในคอนโดผมใช้ฟังก์ชันนี้บ่อยมาก
  • โถ 2L ใหญ่พอสำหรับครอบครัว+เผื่อ: ปั่นทีเดียวได้หลายแก้ว ไม่ต้องปั่นซ้ำ — แม้คนในบ้านมีแค่ 1-2 คน แต่เวลามีแขกมาเยี่ยมก็ทำเสิร์ฟได้ทันที
  • Quick Clean ลดเวลาล้าง: ฟังก์ชันที่ฟังดูเล็กแต่ใช้บ่อยจริงๆ — ลดความขี้เกียจล้างหลังปั่น ทำให้ผมใช้เครื่องบ่อยขึ้น ไม่ปล่อยไว้นาน
  • ใบมีดถอดล้างได้: ต่างจากเครื่องเก่าที่ใบมีดติดโถถอดไม่ได้ ตอนซุปติดใต้ใบมีดล้างยากมาก รุ่นนี้ถอดออกล้างใต้ก๊อกได้สะดวก

ข้อเสีย

  • ฐานกินที่ใหญ่กว่า personal blender: ในคอนโดผมยังพอวางได้ แต่ถ้าครัว pantry แคบกว่า 50 ซม. คงอึดอัด — ไม่ใช่ข้อเสียของเครื่อง แต่เป็นข้อจำกัดที่คนคอนโดเล็กต้องคิด
  • เสียงดังตอนปั่นน้ำแข็งความเร็วสูง: ไม่เงียบกว่ารุ่นเก่ามาก ในคอนโดที่ห้องนอนติดครัว ตอนเช้ามืดต้องปิดประตู — แต่ก็ไม่ดังเกินมาตรฐานเครื่องปั่นทั่วไป
  • ปุ่มควบคุมไม่ได้แยกสี: ใช้ครั้งแรกๆ ต้องอ่านป้ายเอา หลังจาก 1-2 ครั้งก็จำได้ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

มุมที่คนไม่ค่อยพูดถึง — โถ 2L ไม่ได้แปลว่าต้องปั่นเต็มโถ

หลายคนเห็นเครื่องปั่น 2 ลิตร แล้วคิดว่าใหญ่ไปสำหรับคนอยู่คนเดียวหรือคู่ จริงๆ ผมก็คิดแบบนั้นตอนแรก แต่ใช้จริงแล้วพบว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด

ในคอนโดผม ผมแทบไม่เคยปั่นเต็มโถเลย ส่วนใหญ่ใช้แค่ 500-800 มล. ก็พอแล้ว แต่ที่ดีคือ โถใหญ่ทำให้ใบมีดมีพื้นที่ทำงาน เวลาปั่นน้ำแข็ง ก้อนน้ำแข็งกระจายตัวได้ไม่ติดผนังโถ ผลลัพธ์เนียนกว่าเครื่องโถเล็กที่ปั่นน้ำแข็งแล้วก้อนติดข้าง

อีกมุมที่อยากแชร์ — กำลัง 700W ฟังดูธรรมดาเทียบกับเครื่องที่โฆษณา 1000W+ แต่ส่วนตัวผมเชื่อว่า watt ไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียว ใบมีด+การออกแบบโถสำคัญพอกัน เครื่องเก่าที่ผมใช้ก่อนหน้า watt สูงกว่านี้ แต่ปั่นไม่เนียน เพราะใบมีด 2 แฉกธรรมดา รุ่นนี้ใบมีด 4 แฉก ProBlend ออกแบบใหม่ ผลลัพธ์ดีกว่าชัดเจน

ถ้าใครสนใจเทียบกับรุ่นอื่น ลองอ่าน รีวิวเครื่องปั่นอเนกประสงค์ ยี่ห้อไหนดี เป็น list 5 รุ่นที่ promotionth.com เคยรวบรวมไว้ จะเห็นภาพรวมตลาดเครื่องปั่นในไทยชัดขึ้น

เทียบกับเครื่องปั่นโถใหญ่รุ่นอื่นในเซกเมนต์เดียวกัน

ในเซกเมนต์เครื่องปั่นโถ 2 ลิตร ระดับ 700-800W มีตัวเลือกหลายแบรนด์ที่คนไทยรู้จัก ที่ผมเทียบก่อนซื้อหลักๆ คือ Tefal กับ Panasonic รุ่นใกล้เคียง

เทียบกับ Tefal ในเซกเมนต์เดียวกัน Philips HR2223 มีจุดเด่นที่ปุ่ม Ice Crush แยก กับ Quick Clean ที่ใช้งานง่ายกว่า ส่วน Tefal บางรุ่นมีจุดเด่นที่โถแก้ว แทนพลาสติก (อันนี้แล้วแต่ความชอบส่วนตัว — โถแก้วทนกลิ่นกว่า แต่หนักกว่าและตกแตกง่าย)

เทียบกับ Panasonic — Panasonic มักจะแรงเรื่องความทนทานระยะยาว แต่ดีไซน์ไม่ minimal เท่า Philips ตัวนี้ ถ้าใครอยู่คอนโดและสนใจดีไซน์ที่กลมกลืนกับครัว Philips HR2223 ตอบโจทย์กว่า

สำหรับคนที่กำลังเลือกระหว่าง full-size blender กับ hand blender แนะนำให้ลองอ่าน เครื่องปั่นแบบมือถือ เทียบมุมการใช้งาน 2 ประเภทนี้ก่อนตัดสินใจ เพราะ use case ต่างกันคนละแบบ

Philips HR2223 เหมาะกับใคร — และไม่เหมาะกับใคร

เหมาะกับ:

  • คนคอนโด 30 ตรม.+ ที่มีเคาน์เตอร์ครัวกว้าง ≥ 50 ซม. — มีพื้นที่วางเครื่องโถใหญ่ และใช้ทุกวันคุ้มค่า
  • คนที่ดื่มสมูทตี้ทุกวัน หรือชอบทำเครื่องดื่มเย็นช่วงหน้าร้อน — ปุ่ม Ice Crush คุ้มเงิน
  • คนในบ้าน 2-4 คน ที่ต้องการปั่นทีเดียวเสิร์ฟได้หลายแก้ว — โถ 2L พอเต็มที่
  • คนที่อยากได้เครื่องระดับ mid-range ทนใช้ระยะยาว แต่ไม่ต้องลงทุนระดับ pro
  • คนที่ขี้เกียจล้างเครื่อง — Quick Clean ลดข้อแก้ตัวลง

ไม่เหมาะกับ:

  • คนคอนโดเล็กกว่า 25 ตรม. ที่ครัวแคบจริงๆ — เครื่องนี้กินที่ ลองเครื่อง personal blender จะดีกว่า
  • คนที่ปั่นแค่นานๆ ครั้ง เดือนละ 1-2 ครั้ง — ลงทุนเครื่องนี้ไม่คุ้ม ใช้เครื่องราคาต่ำกว่าได้
  • คนที่ต้องการปั่นแบบ pro chef ทำ nut butter หรือบดเมล็ดพืชแข็งระดับสูง — ต้องดูเครื่องระดับ Vitamix หรือ pro tier

ข้อแนะนำเพิ่มเติม:

  • ตอนปั่นน้ำแข็ง ใส่ของเหลวลงโถก่อนเสมอ แล้วใส่น้ำแข็งทีหลัง — ใบมีดจะทำงานเรียบกว่า ไม่ติด
  • ใช้ปุ่ม Pulse 2-3 ครั้งก่อนกดความเร็วสูง โดยเฉพาะกับน้ำแข็งหรือของแข็ง — เลี่ยงเครื่องสะดุด
  • ใช้ Quick Clean ทันทีหลังปั่นเสร็จ ก่อนของแห้งติดโถ — ล้างง่ายกว่ามาก

ข้อควรระวัง: ห้ามปั่นน้ำเดือดร้อนจัด (เกิน 80°C) ในโถพลาสติก เพราะอาจทำให้โถผิดรูปหรือเกิดความดันภายใน — ถ้าปั่นซุปต้องรอเย็นลงเป็นซุปอุ่นก่อน หรือใส่น้ำแข็งช่วยลดอุณหภูมิ

คำถามที่หลายคนถามก่อนซื้อ Philips HR2223

Q: Philips HR2223 ปั่นน้ำแข็งได้ดีจริงมั้ย?

A: ปั่นได้ดี โดยเฉพาะถ้าใช้ปุ่ม Ice Crush ที่ออกแบบมาเฉพาะ เครื่องจะปั่นเป็นจังหวะ stop-start อัตโนมัติ ใน 30-45 วินาที น้ำแข็งจะกลายเป็น snowy texture เหมาะสำหรับสเลอปี้หรือเครื่องดื่มเย็น ผมใช้ทุกอาทิตย์มา 5 สัปดาห์แล้ว ทำงานเสถียร — แต่ต้องใส่ของเหลวลงโถก่อนเสมอ ไม่ใช่ใส่น้ำแข็งล้วน

Q: โถ 2 ลิตรใหญ่เกินสำหรับคนคอนโดมั้ย?

A: ขึ้นอยู่กับเคาน์เตอร์ครัว ถ้ากว้าง ≥ 50 ซม. วางได้สบาย ผมอยู่คอนโด 30 ตรม. ครัว pantry กว้าง 60 ซม. ยังเหลือที่หั่นผลไม้ แต่ถ้าครัวแคบกว่านั้นจริงๆ ลองดูเครื่อง personal blender แทนจะเหมาะกว่า

Q: Philips HR2223 ราคาเท่าไหร่ตอนนี้?

A: ราคาเปลี่ยนตามโปรโมชันแต่ละช่วง รุ่นนี้อยู่ในเซกเมนต์ mid-range ของเครื่องปั่นในตลาดไทย เช็คราคาปัจจุบันได้ที่ Shopee ผ่านลิงก์ในบทความนี้

สรุป Philips HR2223 — คุ้มมั้ยกับ use case คอนโดของผม

ให้คะแนน 8.2/10 — เป็นคะแนนที่สะท้อนว่าเครื่องนี้ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีในเซกเมนต์ที่ตั้งราคาไว้ ไม่ใช่เครื่อง pro ที่ทำได้ทุกอย่าง แต่สำหรับการใช้งานในบ้านระดับครอบครัว/คอนโด ตอบโจทย์ครบ

เครื่องนี้เหมาะกับคนที่อยู่คอนโด 30 ตรม.+ มีเคาน์เตอร์ครัวกว้างพอ ใช้ปั่นสมูทตี้+น้ำแข็งทุกวันแบบผม ไม่เหมาะกับคนที่ครัวแคบมากจริงๆ หรือคนที่ปั่นนานๆ ครั้ง — กลุ่มหลังลงทุนเครื่องเล็กกว่าคุ้มกว่า

สิ่งที่ต้องแลกในการซื้อรุ่นนี้คือ พื้นที่บนเคาน์เตอร์ และเสียงปั่นน้ำแข็งที่ไม่เงียบเป็นพิเศษ — แต่แลกกับใบมีด ProBlend ที่ปั่นเนียนจริง ปุ่ม Ice Crush ที่อัตโนมัติ และ Quick Clean ที่ลดเวลาล้าง ส่วนตัวผมว่าคุ้ม

ถ้าให้ผมย้อนเวลากลับไปตัดสินใจใหม่ ผมยังเลือกรุ่นนี้อยู่ — แต่จะเช็คขนาดเคาน์เตอร์ครัวให้ชัดก่อนซื้อ เพราะถ้าเคาน์เตอร์แคบกว่า 50 ซม. คงต้องคิดหนักหน่อย ส่วนคนที่อยู่บ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ ครัวกว้างกว่าคอนโดผม รุ่นนี้น่าจะลงตัวยิ่งกว่า

สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจ ลองดูตัวเลือกอื่นในเซกเมนต์เดียวกันที่ รีวิวเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ยี่ห้อไหนดี เพื่อเทียบให้ครบก่อนตัดสินใจ Philips HR2223 อยู่ในกลุ่ม mid-range ที่บาลานซ์ดีระหว่าง performance กับราคา